Support
จักราชทัวร์
087-097-3200,086-393-5400
Your shopping cart
ดูตะกร้าสินค้าของคุณ
ไม่มีสินค้าในตะกร้าของคุณ
guest

Post : 17/06/2011 16:27     Forum: บทความน่าสนใจ  >  10 เหตุผลที่เราต้องปั่นจักรยาน

   คุณเป็นอีกคนหนึ่งหรือไม่ ที่ใช้เวลาในวันหยุดพักผ่อน หรือเวลาว่างแสนสบาย ไปกับกิจกรรมเดิม ๆ นั่นคือการกินและนอนอยู่กับบ้านเป็นหลัก ก็แหม...อะไรจะมีความสุขไปกว่านี้อีกล่ะ ?!! 

        




 

1. ไม่ต้องเสียเงินไปฟิตเนสแลกกับสุขภาพดี ๆ

          ฟิตเนส เป็นสถานที่คนชั้นกลางในเมืองคุ้นเคยกันดี ความที่เมืองใหญ่มักไม่มีสถานที่ออกกำลังกาย คนเหล่านี้จึงหันหน้าไปพึ่งฟิตเนส และต้องจ่ายค่าสมาชิกปีละนับหมื่นบาท เพื่อที่จะไปว่ายน้ำ วิ่งบนลู่วิ่ง หรือปั่นจักรยานอยู่กับที่ ในห้องสี่เหลี่ยมเดิม ๆ แต่เมื่อกลับมาปั่นจักรยานบนถนนอีกครั้ง คุณก็จะได้พบกับความสนุก เพลิดเพลินที่ได้มาโดยไม่ต้องจ่ายค่าสมาชิก สุขภาพที่แข็งแรงเหมือนกัน หรืออาจจะดีกว่าด้วยซ้ำ 

          แม้จะเป็นอุปสรรคบ้างในยามที่ฝนตก แต่มันเป็นเหตุผลที่ดีที่จะเลิกจ่ายค่าสมาชิกแล้วเอาเงินนั้นมาซื้อจักรยานดี ๆ สักคัน ซึ่งมันอาจจะใช้เวลานานกว่าจะคุ้มค่าในแง่ของราคา แต่ระยะยาวแล้วคุ้มกว่าแน่นอน



 
 
2. ช่วยหยุดการใช้รถยนต์

          สำหรับคนที่อยู่คนเดียว หรือเดินทางเดี่ยว ๆ รถยนต์อาจไม่มีความจำเป็น หรือมีก็น้อย หากมีรถยนต์ส่วนตัว นั่นคือภาระที่มีต้นทุนสูง นอกจากราคารถ ยังมีค่าภาษี ค่าประกันภัย ค่าบำรุงรักษา ยังไม่รวมราคาน้ำมัน ค่าจอดรถ หรือค่าปรับที่อาจเกิดตามมา หากรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดในหนึ่งปี ก็น่าจะหาจักรยานดี ๆ ได้สักห้าถึงสิบคัน หรือลองคิดดูง่าย ๆ ว่าในหนึ่งสัปดาห์ เราหันมาใช้จักรยานเพียงหนึ่งวัน ก็เท่ากับเราสามารถลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้มากกว่าสิบเปอร์เซนต์ รถตู้โคราช

3. โลกจะเขียวไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน

          เมื่อเครื่องยนต์ที่ใช้พลังงานฟอสซิลเริ่มเดินเครื่อง จะปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาพร้อมกับแก๊สพิษอื่น ๆ อีกหลายชนิด แต่จักรยานที่ต้องการพลังงานจากร่างกายไม่เคยปล่อยสารพิษออกมาให้เป็นอันตรายกับใคร จะเห็นได้ว่า ยานพาหนะสองอย่างที่มีวัตถุประสงค์เดียวกัน แต่ร่องรอยที่ปล่อยไว้ช่างแตกต่างกัน ...หากไม่คิดถึงตนเองและคนอื่น ก็น่าจะพิจารณาถึงลูกหลานของเราที่ยังต้องอยู่บนโลกนี้อีกนานกว่าเรา พวกเขาจะทนทุกข์ทรมานขนาดไหนกับผลของการกระทำของพ่อแม่ของเขา



 

4. หมดปัญหาเรื่องที่จอดรถ

          จักรยานใช้พื้นที่สำหรับจอดน้อยกว่า 15% เมื่อเทียบกับรถยนต์หนึ่งคัน จักรยานสามารถจอดตรงหน้าประตูทางเข้า หน้าอาคารสถานที่ต่าง ๆ ได้โดยตรง ไม่ต้องหาที่จอดไกล ๆ หรือแม้ในตรอกแคบ ๆ อาจพิงเสาไฟฟ้า รั้วบ้าน หรือราวกั้นบนทางเท้าก็ได้ โดยเฉพาะเขตเมืองที่พื้นที่มีราคาแพง ตามหอพัก อพาร์ตเมนท์ แมนชั่น การเลือกใช้จักรยานสำหรับผู้คนที่อาศัยในอาคารเหล่านี้ จึงเหมาะสมกว่ายานพาหนะอื่น

5. จักรยานบำรุงรักษาง่ายกว่า

          จำนวนชิ้นส่วนของรถยนต์เมื่อเทียบกับจักรยานต่างกันอย่างชัดเจน ยิ่งมีมากยิ่งต้องเปลี่ยนต้องจ่ายมาก ยิ่งซับซ้อนก็ยิ่งยากที่จะทำได้ด้วยตัวเอง สิ่งนี้มันเหมือนวงล้อ เมื่อเปลี่ยนชิ้นส่วนไปจนครบทุกชิ้น จนในที่สุดก็วนกลับมาที่เดิมอีกรอบ ...จักรยานแม้จะไม่ต่างกันในรูปแบบ แต่ด้วยจำนวนที่น้อยกว่า ราคาอะไหล่ที่ต่ำกว่า รวมทั้งค่าบริการที่น้อย หรืออาจไม่ต้องจ่ายในร้านจักรยานบางแห่ง



 

6. จักรยานไปได้เร็วกว่า

          หากนั่งอยู่ในรถที่ติดอยู่ท่ามกลางความหนาแน่นของการจราจร โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ขณะเวลาเร่งด่วนแล้วมองเห็นจักรยานสักคันซอกแซกผ่านเราไปข้างหน้า ยิ่งมีทางเฉพาะจักรยานยิ่งเห็นได้ชัดว่าจักรยานไปถึงจุดหมายเร็วกว่าเรามาก แม้จะไม่เร็วกว่าตลอดเวลา แต่ในช่วงจังหวะที่ทุกคนต่างเร่งรีบ จักรยานก็เร็วกว่ารถยนต์และเดินเท้าเสมอ

7. อเนกประสงค์หลากหลายการใช้งานกว่า

          มีสถานที่หลายแห่งที่ไม่อนุญาตให้รถยนต์เข้าไป หรือหากจะเดินให้ทั่วถึงก็ช้าและเสียเวลา จักรยานอาจเป็นอีกหนึ่งอภิสิทธิ์ หากเราต้องการเข้าไปถึงใจกลางเมืองที่แออัดในเวลาอันสั้น หรือเข้าในสวนสาธารณะขนาดใหญ่ จักรยานจึงเป็นทางเลือกที่ดี ที่ไม่ถูกห้ามให้เข้าไปไกลเกินกว่าลานจอดรถ สามารถไปได้เกือบทุกที่ และไม่มีค่าจอดที่ต้องจ่าย



 

8. เคลื่อนย้ายสะดวก หรืออาจพกพาง่าย

          ในการเดินทางที่ต้องต่อรถ หรือเปลี่ยนเส้นทาง เราสามารถใช้จักรยานมาช่วยเชื่อมโยงรูปแบบการเดินทางที่หลากหลายให้เข้ากันได้ดี ตั้งแต่เราปั่นจักรยานจากที่พักไปขึ้นรถเมล์ที่ป้ายรถเมล์ ในอเมริกามีที่สำหรับแขวนจักรยานด้านหน้ารถเมล์ เมื่อไปถึงอีกจุดหมาย เราก็เอาจักรยานลงไปปั่นต่อเพื่อไปจุดหมายอื่น นอกจากนี้ ยังมีการเดินทางร่วมกับรถไฟ รถไฟฟ้า หรือแม้แต่เครื่องบินโดยสาร

          หากระบบเหล่านี้เกิดขึ้น สิ่งที่เราได้รับคือ ความสะดวก ค่าใช้จ่ายที่น้อย เวลาที่น้อย ความสนุกสนาน รถจักรยานพับได้เราสามารถใส่ไว้ท้ายรถยนต์ เมื่อเราจอดรถทิ้งไว้เราสามารถใช้จักรยานต่อได้ รถตู้โคราช

9. ความเงียบ

          เสียงอึกทึกมักทำลายความสงบในจิตใจ หากไม่นับรถยนต์ไฮบริดที่เงียบแล้ว จักรยานเป็นพาหนะที่ส่งเสียงออกมาน้อย ในราคาที่ต่างกันลิบ ลองจินตนาการช่วงเวลาเช้าที่ไม่มีเสียงเครื่องยนต์คำราม เสียงแตรสัญญาณ แต่มีเสียงกระดิ่งหรือโซ่กระทบเฟือง ผู้คนที่ไปทำงานหรือเด็กไปโรงเรียนคงไปถึงที่หมายด้วยจิตที่ไม่เครียด และพร้อมสำหรับภาระหน้าที่ต่อไป รถตู้โคราช

10. ความสงบ

          คนบางคนขังตัวเองอยู่ในกล่องสี่เหลี่ยมของบ้าน ห้องทำงาน หรือรถยนต์ จนลืมไปว่า ภายนอกที่ล้อมรอบอยู่มันมีความสงบ บริสุทธิ์ สดชื่น รอการมาสัมผัส ยิ่งในวันที่อากาศดีสวยงาม...แล้วหากมีฝนตกลงมาล่ะ มันก็เป็นเพียงสายน้ำที่ทำให้เปียกปอนนิดหน่อย สายฝนมาจากธรรมชาติเหมือนมนุษย์เรา ทำไม่ไม่อ้าแขนต้อนรับและโอบกอดไว้ด้วยใจอันเบิกบาน รถตู้โคราช



 

     

guest

Post : 16/06/2011 16:05     Forum: บทความน่าสนใจ  >  เที่ยววัด ไหว้พระ ชมอาคารเก่า ที่เมืองน่าน





เที่ยววัด...ไหว้พระ...ชมอาคารเก่า (Momypedia)


         

  เป็นเรื่องน่าสนุกไม่น้อย หากคุณพ่อคุณแม่พาลูก ๆ ไปท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่ จ.น่าน และ จ.แพร่ เมืองเล็ก ๆ ที่อยู่ติดกัน เมืองเงียบสงบอันเต็มไปด้วยวัดเก่าแก่ กลิ่นอายวัฒนธรรมล้านนา และชาวเมืองผู้ยิ้มแย้ม การพาเที่ยวครั้ง นี้ เราจะพาคุณผู้อ่านไปชมความงดงามของวัดน้อยใหญ่ และอาคารเก่าแก่ในตัวเมืองน่าน และเมืองแพร่ เมืองในใจกลางอ้อมกอดของภูเขา เพื่อเป็นอีกหนึ่งไอเดียท่องเที่ยวปิดเทอมสำหรับคุณพ่อคุณแม่และน้อง ๆ ค่ะ


 


หนึ่งวันในเมืองน่าน

 


           แม้มีเวลาอยู่ในเมืองนี้ไม่นาน แต่เราก็ขอเที่ยวแบบช้า ๆ สบาย ๆ ค่ะ อาจไปได้ไม่ครบทุกแห่งที่อยู่ในลิสต์ของนักท่องเที่ยว เพราะตั้งใจให้เป็นการเที่ยวแบบช้า ๆ แต่อินกับบรรยากาศค่ะ รถตู้โคราช



           เราเริ่มเช้าวันใหม่ในเมืองน่านด้วยการตื่นเช้าไปดูตลาดเช้า ดูผักผลไม้พื้นเมืองวางขายกันริมถนนหน้าตลาด สีสันสดสวยและแม่ค้ายิ้มแย้มเป็นกันเอง



           หลังจากชมตลาด จิบกาแฟ ชิมปาท่องโก๋ยามเช้าแล้ว ต่อจากนี้ไปเป็นการเที่ยววัดและไหว้พระเพื่อเป็นสิริมงคลค่ะ




วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร

           วัดแรกที่เราไปคือ วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมอันสะท้อนอิทธิพลของศิลปะสุโขทัย อาทิ เจดีย์ทรงลังกา (ทรงระฆัง) รอบฐานองค์พระเจดีย์ก่ออิฐถือปูนและปั้นเป็นรูปช้างครึ่งตัวด้านละ 5 เชือก และที่มุมทั้งสี่อีก 4 เชือก ดูคล้ายช้างเอาหลังหนุน หรือ "ค้ำ" องค์เจดีย์ไว้ ลักษณะคล้ายวัดช้างล้อม ที่จังหวัดสุโขทัย รถตู้โคราช



           วัดนี้เดิมเรียก "วัดหลวง" หรือ "วัดหลวงกลางเวียง" สร้างขึ้นในสมัยเจ้าปู่แข็ง พ.ศ. 1949 เป็นวัดสำหรับเจ้าผู้ครองนครใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีสำคัญทางพุทธศาสนาและ พิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยารถตู้โคราช




วัดภูมินทร์


           วัดต่อไปคือ วัดภูมินทร์ วัดนี้ถือเป็นไฮท์ไลต์ของเมืองน่าน ด้วยภาพวาดฝาผนังอันโด่งดัง วัดภูมินทร์ เป็นวัดหลวง ตามพงศาวดารของเมืองน่าน พระเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์เจ้าผู้ครองนครน่านได้สร้างวัดภูมินทร์ขึ้นเมื่อ พ.ศ.2139 ความน่าสนใจของวัดนี้คือ พระอุโบสถทรงจัตุรมุข ที่บันไดทางขึ้นอุโบสถมีพญานาคสองตัว ทำให้มองดูคล้ายอุโบสถตั้งอยู่บนหลังพญานาคทั้ง 2 ตัวนี้



 


           ภาพจิตรกรรมฝาผนังหรือ "ฮูบแต้ม" ในวัดภูมินทร์ถูกเขียนขึ้นในช่วงบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยเจ้าอนันตวรฤทธิเดช เมื่อ พ.ศ.2410 ภาพวาดเป็นภาพชาดกในพุทธศาสนา แต่หากพิจารณารายละเอียดในภาพจะเห็นถึงวิถีชีวิตของคนเมืองในสมัยนั้น มีภาพที่น่าสนใจอยู่หลายภาพ เช่น  ภาพปู่ม่าน ย่าม่าน ภาพชายหญิงสันนิษฐานว่าเป็นชาวพม่า จึงเรียกว่า ปู่ม่าน ย่าม่าน เพราะคนไทยสมัยก่อนเรียกชาว พม่าว่า ม่าน ได้รับการยกย่องว่าเป็นภาพที่สีสันงดงาม นอกจากนี้ยังมีภาพชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน  ภาพหญิงสาวกำลังทอผ้าด้วยกี่พื้นเมือง ภาพงานประเพณีที่เปิดโอกาสหนุ่มสาวได้มาพบปะเกี้ยวพาราสีกัน วัดนี้ดังมากขนาดที่รัฐบาลเคยพิมพ์รูปวัดภูมินทร์ในธนบัตรใบละ 1 บาท ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2




           การชมภาพวาดฝาผนังของเราได้อรรถรสมากขึ้นเพราะมีไกด์สมัครเล่นที่ฝีมือไม่ สมัครเล่นเลยถึง 2 คนมาเล่าเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับประวัติของวัด และภาพวาดฝาผนังแบบเข้าใจง่าย น้องทั้ง 2 คนนั้นคือ ด.ช.วัฒนชัย สงวนสม หรือน้องแซม และ ด.ญ.ยุราวัลย์ โหราเรือง หรือน้องพลอย นักเรียนจากโรงเรียนสตรีศรีน่าน ที่ใช้เวลาว่างในวันเสาร์-อาทิตย์ มาทำหน้าที่ไกด์นำชมภาพวาดฝาผนัง เป็นการหารายได้พิเศษที่น้อง ๆ ได้ฝึกฝนทักษะภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และทักษะในการนำเที่ยว เห็นเด็กไทยใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์เช่นนี้ทีมงานของเรารู้สึกชื่นใจจริง ๆ ค่ะ รถตู้โคราช



เดินทางสู่เมืองแพร่

           เช้าวันรุ่งขึ้นเราเดินทางสู่เมืองแพร่ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3-4 ชั่วโมง ที่เมืองแพร่เราตั้งใจไปชมเรือนเก่าแก่ และอาคารโบราณที่น่าสนใจ 2 แห่งค่ะ





 

บ้านวงศ์บุรี

           บ้านสีชมพูแห่งนี้ชื่อ บ้านวงศ์บุรี สร้างเมื่อ พ.ศ. 2450 โดยเจ้าพรหม(หลวงพงษ์พิบูลย์) และเจ้าสุนันตา วงศ์บุรี ธิดาเจ้าบุรี (พระยาบุรีรัตน์) เป็นเรือนปั้นหยาสองชั้นแบบยุโรปประยุกต์ ตกแต่งลวดลายแบบเรือนขนมปังขิง ก่อสร้างโดยช่างชาวจีนกวางตุ้ง จุดเด่นของอาคารนี้คือลวดลายไม้แกะสลักที่หน้าจั่ว ชายคา ระเบียง ช่องลม ชายน้ำ หน้าต่าง และประตู



           ภายในบ้านตกแต่งด้วยสิ่งของเครื่องใช้เก่าแก่ของตระกูลที่ถ่ายทอดกันมาหลาย ชั่วอายุ ทั้งเครื่องเรือน เครื่องเงิน เครื่องปั้นดินเผา เอกสารที่สำคัญ เช่น เอกสารการซื้อขายทาส บ้านวงศ์บุรีได้รับรางวัลอนุรักษ์ดีเด่น ปี 2536 ของสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ เจ้าของบ้านคนปัจจุบันเป็นทายาทรุ่นที่ 4 ที่ยังอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้ และเปิดบ้านให้ผู้สนใจเข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00-16.30 น. รถตู้โคราช




คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่

           ต่อไปเราเดินทางไปชมคุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ ซึ่งปัจจุบัน คือ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2435 โดยเจ้าหลวงพิริยะชัยเทพวงศ์ คุ้มแห่งนี้เป็นอาคารใหญ่สง่างาม งดงามด้วยลวดลายฉลุไม้อยู่ด้านบนปั้นลม และชายคาน้ำ รอบตัวอาคารประดับด้วยลวดลายไม้แกะฉลุ ตัวอาคารสร้างด้วยอิฐถือปูนทั้ง 2 ชั้น


    


           คุ้มเจ้าหลวงได้รับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราช กุมารีให้เป็นสถาปัตยกรรมดีเด่นประเภทอาคารสถาบันและสาธารณะ เปิดให้ประชาชนเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

guest

Post : 14/06/2011 11:06     Forum: บทความน่าสนใจ  >  สถานที่ท่องเที่ยวในโคราช

สถานที่เที่ยวที่สำคัญของโคราช
 
อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม)
อยู่ในอำเภอเมือง สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2476 ตั้งอยู่หน้าซุ้มประตูชุมพล ซึ่งเป็นประตูเมืองเก่าทางด้านทิศตะวันตก อนุสาวรีย์หล่อด้วยทองแดงรมดำ สูง 1.85 เมตร แต่งกายด้วยเครื่องยศพระราชทาน มือขวากุมดาบ ที่ฐานอนุสาวรีย์มีอัฐิของท่านบรรจุไว้ภายใน ท้าวสุรนารี มีนามเดิมว่า "คุณหญิงโม" เป็น ภริยาปลัดเมืองนครราชสีมา ท่านสร้างวีรกรรมไว้แก่ชาติไทยเมื่อ พ.ศ. 2369 โดยได้รวบรวมชาวบ้านเข้าสู้รบต่อต้านกองทัพของเจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ ไม่ให้มาตีกรุงเทพฯ เป็นผลสำเร็จ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคุณหญิงโมเป็น "ท้าวสุรนารี" มีการจัดงานเฉลิมฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารีระหว่างวันที่ 23 มีนาคม ถึงวันที่ 3 เมษายนของทุกปี


ประตูชุมพล
เป็น ประตูเมืองด้านตะวันตกของนครราชสีมา สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เมืองนครราชสีมาในสมัยนั้นมีผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ล้อมรอบด้วยคูน้ำและกำแพง มีประตูเมืองสี่ประตู ปัจจุบันมีเพียงประตูชุมพลที่ยังเป็นของเดิม ส่วนอีกสามประตูอันได้แก่ ประตูพลแสนด้านทิศเหนือ ประตูล้านด้านทิศตะวันออก และประตูชัยณรงค์ด้านทิศใต้ ได้สร้างขึ้นมาใหม่แทนของเดิม
สถานที่พักแรม
โรงแรม เฮอร์มิเทจ รีสอร์ท ( Hermitage Hotel & Resort ) English Thai
โรงแรม สีมา ธานี ( Sima Thani Hotel ) English Thai
ชญาดา การ์เด้น เฮ้าส์ แอนด์ รีสอร์ท ( Chayada Garden House & Resort )
วีวันโฮเต็ล ( V-One Hotel )
โรงแรม โรยัล พริ้นเซส โคราช ( Royal Princess Korat Hotel )
ราชพฤกษ์ แกรนด์ โฮเทล ( Rachaphruk Grand Hotel )

วัดบ้านไร่
วัดบ้านไร่ตั้งอยู่ในอำเภอด่านขุนทดเป็นสถานที่จำพรรษาของหลวงพ่อคูณ ปริสุโทโธเกจิอาจารย์ชื่อดังของนครราชสีมา
การเดินทาง :- ทางรถยนต์
จากกรุงเทพฯ ( ห้างฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต ) ใช้ถนนพหลโยธิน ( ทางหลวงหมายเลข 1 ) มุ่งหน้าสู่จังหวัดสระบุรี ประมาณ 75 กิโลเมตร จะถึงตัวเมืองสระบุรี เมื่อถึงตัวเมืองสระบุรีแยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา ประมาณ 89 กิโลเมตร จะถึงทางเข้าเขื่อนลำตะคอง ถ้าเลี้ยวซ้ายท่านจะเข้าไปยังตัวเขื่อน ไม่ต้องเลี้ยว ให้ท่านขับตรงไปอีกประมาณ 14 กิโลเมตร จะพบกับป้ายบอกทางถนนสาย 201 กับ
ถนนสาย 24 ( ที่ป้ายเขาจะเขียนว่า อำเภอโชคชัย ) ให้เลี้ยวซ้ายไปทางถนนสาย 201 จากนั้นขับตรงไปมุ่งหน้าสู่อำเภอด่านขุนทด พอถึงอำเภอด่านขุนทดให้ท่านขับตรงไปอีก จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนสาย 2217 จากนั้นขับตรงไป ประมาณ 11 กิโลเมตร ก็จะถึง วัดบ้านไร่


ปราสาทหินพิมาย
ปราสาท หินพิมาย เป็นปราสาทขอมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖ - ๑๗ ในสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๑ กษัตริย์แห่งอาณาจักรขอม ด้วยศิลปะแบบปาปวนเช่นเดียวกับปราสาทหินพนมวัน และปราสาทหินพนมรุ้ง แต่แตกต่างกันตรงที่ปราสาทหินพิมายจะหันหน้าไปยังทิศใต้คือประเทศเขมร หน้ากำแพงชั้นนอก ด้านซ้ายมือของทางเดินเข้าสู่ปราสาทจะมี พลับพลา ซึ่งเป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เป็นที่เตรียมพระองค์สำหรับกษัตริย์หรือเจ้านายชั้นสูงเพื่อที่จะเปลี่ยน เครื่องทรงและจัดของสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในปราสาท เดิมเรียกว่า คลังเงิน เพราะได้ขุดพบโบราณวัตถุเป็นจำนวนมาก ทั้งรูปเคารพ เครื่องประดับและเหรียญสำริดเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๑ ในการเดินทางเข้าสู่ศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์จะเริ่มต้นที่ สะพานนาคราช ซึ่งทำเป็นรูปพญานาคเจ็ดเศียรแผ่พังพานอยู่เพื่อนำไปสู่ซุ้มประตูหรือโคปุระ และกำแพงแก้ว

ด่านเกวียน
ประวัติ ด่านเกวียน เป็นหมู่บ้านหนึ่งของ ตำบลด่านเกวียน อำเภอโชคชัย ห่างจากตัวเมืองนครราชสีมาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 15 กิโลเมตร โดยมีทางหลวงหมายเลข 224 สายนครราชสีมาโชคชัยผ่านกลางหมู่บ้านซึ่งมีร้านค้าเครื่องปั้นดินเผาด่าน เกวียน เรียงรายอยู่สองฟากฝั่งและมีลำน้ำมูลทอดขนานอยู่ทางฝั่งทิศตะวันออกหมู่บ้าน ด่านเกวียนนั้นแต่เดิมพ่อค้าจากนางรอง - บรีรัมย์ - สุรินทร์ -ขุนหาญ - ขุขันธ์ เรื่อยไปจนถึงเขมรจะเดินทางเข้ามาติดต่อค้าขายกับพ่อค้าชาวโคราชและมักจะพัก กองคาราวานเกวียนกัน เป็นประจำจนได้ชื่อ หมู่บ้านว่า" บ้านด่านเกวียน "


สวนสัตว์นครราชสีมา
สวนสัตว์นครราชสีมา เป็น

ซาฟารี

ขนาดใหญ่ที่สุดของ

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

สวนสัตว์นครราชสีมาสังกัด

องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย

เป็นสวนสัตว์ที่จัดตั้งขึ้นในองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในปัจจุบันสวนสัตว์นครราชสีมาอยู่ในการดูแลของ

กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม

ภายในสวนสัตว์โคราช มีสัตว์ป่าที่หาชมยากมากนัก เช่น

เสือ

ยีราฟ

สิงโต

ช้าง ม้าลาย

แรด

เม่น

นกนานาชนิด เช่น

นกตะกรุม

นกกระจอกเทศ

นกฟลามิงโก

และทางสวนสัตว์ไดเปิด

"สวนน้ำนครราชสีมา"

สวนสัตว์อีสานนี้มีพื้นที่ 545 ไร่ ตั้งอยู่เลขที่ 111 หมู่ ตำบลไชยมงคล อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
ตั้ง อยู่ในเขตพื้นที่ 4 จังหวัด 11 อำเภอ ได้แก่ อำเภอมวกเหล็ก อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี อำเภอปากช่อง อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา อำเภอนาดี อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอประจันตคาม อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี และอำเภอปากพลี อำเภอบ้านนา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของไทย ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2505 และได้รับสมญานามว่าเป็น "อุทยานมรดกของกลุ่มประเทศอาเซียน"
อุทยาน แห่งชาติเขาใหญ่ มีเนื้อที่ปกคลุม 2,168 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย ป่าเบญจพรรณ ป่าดงดิบแล้ง ป่าดงดิบชื้น ป่าดิบเขา ทุ่งหญ้า และป่ารุ่นหรือป่าเหล่า ป่าดงดิบชื้น ลักษณะป่าชนิดนี้เป็นป่าที่อยู่ในระดับความสูง 400-1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล พืชพรรณมี 3,000 ชนิด,นกมี 250 ชนิดและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 67 ชนิด ซึ่งได้แก่ ช้าง เสือ ชะนี กวาง และหมูป่า พบอยู่ตามทุ่งหญ้ากว้างทั่วๆ ไป
สถานที่ที่น่าสนใจในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และมีชื่อเสียง คือ น้ำตกเหวนรกที่ลึก 80 เมตร น้ำตกสาริกา
ตั้งแต่ ปี 2534 เป็นต้นมา จะมีนักท่องเที่ยวจากต่างชาติและคนไทยไปพักผ่อน เยี่ยมชมและพักค้างคืนอยู่เสมอๆ และสำหรับคนที่ชอบเดินป่าก็จะมีเส้นทางสำหรับการเดินป่า
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ทับลาน ปางสีดา ตาพระยา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ได้รับการประกาศให้เป็น "มรดกโลกทางธรรมชาติ" จากองค์การยูเนสโก ภายใต้ชื่อกลุ่ม “ดงพญาเย็น-เขาใหญ่”

หาดชมตะวัน
อ. เสิงสาง จ. นครราชสีมา
ข้อมูลทั่วไป - หาดชมตะวัน
หาด ชมตะวัน อยู่ในความรับผิดชอบของที่ทำการเขตจัดการอุทยานแห่งชาติทับลานที่ 4 (ลำปลายมาศ) ซึ่งดูแลรักษาพื้นที่ป่าในอุทยานแห่งชาติทับลานด้านอำเภอเสิงสาง อำเภอครบุรี และอำเภอวังน้ำเขียว พื้นที่ริมอ่างเก็บน้ำได้รับการพัฒนาให้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับประชาชน และเป็นที่ประกอบอาชีพของชาวบ้านลดปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า นักท่องเที่ยวนิยมมาเล่นน้ำและรับประทานอาหาร รวมทั้งยังชมทิวทัศน์อันสวยงาม หรือพักแค้มปิ้งได้ อาจเช่าเรือหางยาวล่องไปตามลำน้ำ เดินป่าชมแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ เช่น วังผีเสื้อ (มีเฉพาะในฤดูหนาว) ถ้ำพระ ถ้ำคอมมิวนิสต์ ที่มีตัวอักษรเขียนที่ผนังถ้ำว่า “พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย” และ ต้นตะเคียนทองยักษ์ ซึ่งสันนิษฐานว่ามีอายุประมาณพันปี ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 4444 8386


วัดป่าหลักร้อย
อัน เป็นสถานที่น่าสนใจ น่าเข้าไปศึกษา วัดนี้ห่างจากตัวเมือง นครราชสีมา ประมาณ 18 กม. แยกซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 1 กม. ที่นี่เป็น อุทยานการศึกษา และ ศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชน บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ มีการจัดสร้างรูปปูนปั้นต่าง ๆ แสดงเรื่องราวของนรก สวรรค์ คติสอนใจเกี่ยวกับบาป บุญ คุณ โทษ ให้ทำดี ละเว้นความชั่ว เกรงกลัวต่อบาปมีทั้ง แดนนรก สวรรค์ และ มนุษย์

guest

Post : 13/06/2011 15:22     Forum: บทความน่าสนใจ  >  สถานที่ท่องเที่ยวโคราช » อําเภอปากช่อง

Super Camp Water Park สวนน้ำแห่งใหม่ที่ปากช่อง ในค่ายลูกเสือศรณรงค์ซุปเปอร์แคมป์

Super Camp Water Park สวนน้ำแห่งใหม่ที่ปากช่อง ในค่ายลูกเสือศรณรงค์ซุปเปอร์แคมป์


       นั่งเล่นอยู่หน้าบ้าน ก็ได้ยินญาติพี่น้องเราคุยๆกันถึง รายการเปรี้ยวปาก ที่น้าเน็คพาไปเที่ยว "ทะเลปากช่อง" มันอยู่ตรงไหนกัน หืมมมม?

       แล้วก็มีพี่คนนึงรู้ค่ะ พี่เค้าบอกว่าเคยไปตั้งแต่ยังไม่ได้สร้างเลย เดี๋ยวพาไป อ่า.......ไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากันเถอะ!! เค้าว่ากันว่า ไม่ต้องใส่ชุดว่ายน้ำนะคะ เสื้อ + กางเกง ที่ไม่ใช่ยีนส์ ไม่มีซิป ไม่มีกระดุม ลงเล่นได้เลยจ้า รถตู้โคราช

 

       ไม่เกิน 10 นาที เราก็มาถึงแล้วค่ะ โอ้โห ใกล้บ้านเรามากมาย (ตอนนี้ เลยมีความคิด จะหาเงินสร้างรีสอร์ตเล็กๆหลังบ้านตัวเองซะงั้น มีแหล่งท่องเที่ยวใกล้ๆแล้วไง )

       ตื่นจากฝันหวาน ลมๆแล้งๆ แล้วก็เดินถึงทางเข้าประตูค่ะ (รูปไปไหนหมดเนี่ย งงมาก กดถ่ายเองกับมือ) เราจะต้องเสีย ค่าเข้านะคะ ผู้ใหญ่ 80 บาท เด็ก 60 บาท รถตู้โคราช

       เราจ่ายไป ผู้ใหญ่ 8 คน เด็กอีก 3 คน ราคาเอาเรื่องพอดูนะเนี่ย ทีนี่ ป้า (อายุ 50 กว่าๆ) กับ อาอีกคน (อายุ 40 กว่าๆ) ที่กะมาดูหลานๆ เลยไม่อยากเข้าแล้ว เพราะไม่ได้เล่นน้ำต้องมาเสียค่าเข้า เลยจะรอที่รถ แต่ก็นะมาถึงแล้วเราก็อยากให้เข้าด้วยกัน เลยยื้อๆกันอยู่

       สุดท้ายน้องคนขายบัตร ตะโกนมาว่า "ยายเข้าฟรีนะคะ" โอ้ว สวรรค์มาโปรด พอดี อาเค้าป่วยอยู่ เดินลำบากเลยต้องจูงกันนิดๆ เค้าให้เข้าฟรีเลย ดีจัง แต่ก็หมดไปตั้ง 800 กว่าบาทได้แล้วนะ หยวนๆบ้างเถอะ หุหุ รถตู้โคราช

       ชุดลงสระเสื้อยืด กางเกงขาสั้น พร้อมค่ะ ลุย!!!

 

       เดินลงมาก็จะเจอสระเด็กก่อน น้ำครึ่งแข้งเองค่ะ เด็กๆเล่นได้ไม่อันตราย มีของเล่นให้ปีนป่ายพอประมาณ มีน้ำพุ น้ำตกเล็กน้อย ที่สำคัญมีหลังคาบังแดดด้วย


       อันนี้เป็นน้ำตก ตรงพื้น จะลื่นๆได้สนุกสนานดี วาไปกลิ้งๆเล่นมาด้วยเหมือนกัน


       เดินมาเรื่อยๆ จะเริ่มเจอสไลด์เดอร์ ขนาดต่างๆ และจุดที่เด่นเป็นสง่าที่สุด นั่นก็คือด้านบนโน้นค่ะ ระหว่างนี้ เราไปปีนหอนั่นกันดีกว่ามีอะไรเล่นบ้างน๊อออ


       พอเดินขึ้นไป 2 ชั้น ก็เจอป้ายนี้ค่ะ ถ้ามองจากรูป คห. 5 ด้านบน มันก็คือ ทางลงสีชมพู-เหลือง นั่นเอง แต่แหม๋ ทำไมป้ายช่างทรมานใจแบบนี้เนี่ย เลยเดินผ่านไปชั้นบนก่อนดีกว่าค่ะ


       พอขึ้นไปด้านบนก็เจอป้ายนี้ เอิ๊กกกก สูงและน่ากลัวกว่าอันเมื่อกี้อีกค่ะ แว๊กกกกก รถตู้โคราช


       ข้างๆกันจะมี สไลด์เดอร์ ยาวๆ พื้นเป็นเหมือน หินขัด หรือหินอ่อนอะไรซักอย่างเนี่ยค่ะ เวลาเล่นต้องใช้โฟมรองก้นไว้ หรือถ้าเอาหน้าลง ก็ต้องนอนทับโฟมไว้ (ค่าเช่าโฟม อันละ 20 บาท พอเอาโฟมไปคืน จะได้ค่ามัดจำคืน 10 บาท)

       แต่ถ้าใส่กางเกงเนื้อละเอียด หรือพวกชุดว่ายน้ำ ก็จะลื่นลงมาได้เลยโดยไม่ต้องพึ่งโฟมค่ะ


       มาดูไฮไลท์ของที่นี่ดีกว่าค่ะ เป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดเลยก็ว่าได้ (สำหรับวานะ) จุดที่เรายืนด้านบนนี้ สูง 34 เมตรค่ะ เท่าที่กระโดดหอ หรือเป็นจุดที่หวาดเสียวที่สุดเลยนั่นเอง

       ด้านล่างน้ำไม่สูงมากนะคะ สูงแค่เอวเองอ่ะ ลงไปหัวจะนอคพื้น ป่าวเนี่ยตรู บรึ๋ย!!!


       วิธีเล่นเจ้านี่ให้ปลอดภัย ก็คือต้องนอนราบไปกับพื้นเลย เอาแขนวางไว้ที่คอ ตามภาพ อ้อ จะมีดีเจอยู่คนนึง ค่อยประกาศไปด้วย แซวไปด้วย เปิดเพลงไปด้วย แล้วเค้าก็เป็นเจ้าของที่นี่ด้วยค่ะ (ข่าวว่าเป็น วิศวกร และออกแบบสร้างที่นี่เองด้วย)

       ถ้าเป็นผู้ชาย ก็จะพูดว่า "เอ้า เทวดา พร้อมแล้วว นอนราบไปกับพื้น ระวัง ไปเลยยยย" แนวๆนี้ค่ะ พูดจนเอาไปฝันเลยอ่ะ อ้อ ถ้าเป็นหญิง เราก็จะเป็น นางฟ้านะคะ โหะ โหะ ~

       พอถึงจุด หักเหด้านล่าง เราก็จะลอยกลางอากาศราวๆ 3 วินาที แล้วตกน้ำตู๊มมมมมมมมมม!!! เอิ๊กกกกกกกกก ใจหายวาบเลยทีเดียว


       พอได้เล่นอันบนสุดนี่แล้ว อันอื่นๆถือว่า จิ๊บๆไปเลยค่ะ อย่างอันที่ว่า มันแรงก็ถือว่าเบาไปซะงั้น


       วิวจากด้านบนหอคอยค่ะ ปากช่องหนาวมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก


       ญาติพี่น้องเรา แอคท่าเป็น หมูแดดเดียวอยู่ด้านล่าง


       อันนี้เล่นไปสองครั้ง ไม่ไหวๆ น่ากลัวมากค่ะ มันกระโดด ตับไต ไส้พุง กองรวมกันหมดดด


       ลงมาข้างล่างบ้างค่ะ น้ำในสระใหญ่ เป็นน้ำไม่ลึกเลย ใครๆก็ลงได้ ที่ไม่ใช่เด็กเล็กเกินไปนัก พื้นด้านล่างเป็นปูนค่ะ ฉาบเรียบๆ ไม่ถึงกับลื่นมาก โดยรอบจะไม่ค่อยมีต้นไม้เลย น่าจะเพราะ กลัวใบไม้ ปลิวมาลงสระหมด เลยดูร้อนเหลือเกิน เหมือนทะเลมากๆ

       แต่พอไปแล้วก็ลืมไปเลยว่าไม่ได้ทากันแดด ลืมทุกสิ่งอย่าง เล่นน้ำตัวเขียวปี๋เลย หุหุ


       มีป้ายบอกตลอดทาง ป้ายจะบอกว่า ค่ายศรณรงค์ พิกัดตามนี้โลดดด http://www.roungnirun.com/scout/sc10.html

       อันนี้พี่เค้าถ่ายมา ตอนวาไปเล่นน้ำ ตอนแขวนอยู่เหมือนปลาเค็มมากๆอ่ะ สีซีด อิอิ


       อันนี้หลานวิ่งหลายรอบมาก บอกถ่ายรูปให้หน่อย ไม่สวยก็ไปลื่นมาใหม่






       ไปหาข้อมูลแผนที่มาได้อีกเวปแล้วค่ะ ที่นี่ปกติจะเป็นค่ายลูกเสือ ของโรงเรียนแถวนี้ น้องชายวาก็บอก มาเข้าค่ายที่นี่ แต่ไม่ได้เล่นน้ำ หุหุ http://sornnarongsupercamp.com/index.html


       แผนที่แอบ งง แต่ถ้าวิ่งตามทางไป จะมีป้ายบอกทาง ตลอดแนวค่ะ ป้ายสีน้ำเงินๆ ของทางหลวงเลยค่ะ อ่อ ลืมบอกไป

       Super Camp Water Park แห่งนี้ เปิดบริการ 10.00-18.00 วันเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เท่านั้นนะคะ

       ลาไปด้วยรูปนี้จ้า กรี๊ดสุดแรงเกิด จบด้วยท่าตรูดกระแทกน้ำ ตู้มมมมม..

guest

Post : 13/06/2011 15:20     Forum: บทความน่าสนใจ  >  จังหวัดนครราชสีมา :: สถานที่ท่องเที่ยว อำเภอเมือง

จังหวัดนครราชสีมา :: สถานที่ท่องเที่ยว อำเภอเมือง
 

อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี
สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2476 ตั้งอยู่หน้าประตูชุมพล ซึ่งเป็นประตูเมืองเก่าทางด้านทิศตะวันตก อนุสาวรีย์หล่อด้วยทองแดงรมดำ สูง 1.85 เมตร หนัก 325 กิโลกรัม ประดิษฐานอยู่บนไพทีสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง สูง 2.5 เมตร แต่งการด้วยเครื่องยศพระราชทาน มือขวากุมดาบ ปลายดาบจรดพื้น มือซ้ายท้าวสะเอว หันหน้าไปทางทิศตะวันตกซึ่งเป็นที่ตั้งของกรุงเทพฯ ฐานอนุสาวรีย์บรรจุอัฐิของท้าวสุรนารี เป็นที่เคารพสักการะของชาวจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดใกล้เคียง

ท้าวสุรนารี มี นามเดิมว่า คุณหญิงโม เป็นภรรยาปลัดเมืองนครราชสีมา ท่านให้สร้างวีรกรรมไว้ให้แก่ประเทศชาติเมื่อ ปี พ.ศ. 2369 โดยสามารถรวบรวมชาวบ้านเข้าสู้รบและต่อต้านกองทัพของเจ้าอนุวงศ์แห่ง เวียงจันทน์ ไม่ให้มาตีกรุงเทพฯ เป็นผลสำเร็จ พระบาmสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาคุณหญิงโมเป็นท้าวสุรนารี และเพื่อเป็นการระลึกถึงคุณความดีของท่าน ชาวเมืองนครราชสีมาได้พร้อมใจกันจัดงานเฉลิมฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุ รนารีขึ้น ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม ถึงวันที่ 3 เมษายน ของทุกปีรถตู้โคราช

ประตูชุมพล
เป็นประตูเมืองด้านทิศตะวันตกของเมืองนครราชสีมา ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เมืองนครราชสีมาในสมัยนั้นมีผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ล้อมรอบด้วยคูน้ำและกำแพง มีประตูเมืองสี่ประตู ปัจจุบันคงเหลือเพียงประตูชุมพลทางด้านทิศตะวันตกที่เป็นประตูเดิม ส่วนอีกสามประตูอันได้แก่ ประตูพลแสนด้านทิศเหนือ ประตูพลล้านด้านทิศตะวันออก และประตูชัยณรงค์ด้านทิศใต้ ได้สร้างขึ้นใหม่แทนของเดิมรถตู้โคราช

ศาลเจ้าหลักเมือง
ตั้งอยู่ที่ถนนจอมพล มุมวัดพระนารายณ์มหาราช เป็นที่ประดิษฐานหลักเมืองนครราชสีมา ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัด ชาวเมืองทั้งชาวไทยและชาวจีนเคารพนับถือและไปสักการะบูชาเป็นประจำ

ศาลเจ้าหลักช้างเผือก
ตั่งอยู่ริมคูเมืองด้านทิศเหนือ ตรงมุมถนนมนัสตัดกับถนนพลแสนในอำเภอเมือง เป็นศาลเจ้าสร้างครอบหลักตะเคียนหิน ซึ่งเดิมเป็นหลักที่ชาวเมืองภูเขียวนำช้างเผือกมาผูกไว้ เพื่อให้พนักงานกรมคชบาลตรวจดูลักษณะช้าง ก่อนกราบทูลถวายพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เพื่อทรงรับไว้เป็นพระราชพาหนะ

ศูนย์วัฒนธรรมสถาบันราชภัฏนครราชสีมา 
ตั้งอยู่ในบริเวณสถาบันราชภัฏนครราชสีมา ถนนสุรนารายณ์ เป็นสถานที่รวบรวมภาพและประวัติโบราณสถาน ประวัติศาสตร์ รูปภาพศิลปะ ของใช้สมัยโบราณและเงินตราต่างๆเปิดให้ชมในวันและเวลาราชการ

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์
ตั้งอยู่ในบริเวณวัดสุทธิจินดาตรงข้ามศาลากลางจังหวัด มีศิลปวัตถุทั้งที่สมเด็จพระมหาวีรวงศ์อดีตเจ้าอาวาสวัดสุทธิจินดารวบรวมไว้ โบราณวัตถุที่กรมศิลปากรได้สำรวจขุดพบในเขตจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดใกล้เคียง และที่มีผู้บริจาค เช่น พระพุทธรูปศิลาสมัยขอม สมัยอยุธยา เครื่องเคลือบดินเผาขนาดต่างๆ พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ เครื่องใช้สมัยโบราณ ภาพไม้แกะสลักซึ่งนำมาจากวัดโบราณ เปิดให้เข้าชมทุกวัน เว้นวันจันทร์, วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00-16.00 น. อัตราค่าเข้าชม คนไทย คนละ 5 บาท ชาวต่างประเทศ คนละ 20 บาท

วัดเก่าแก่ของเมืองโคราช
ได้แก่ วัดบูรพ์ วัดอีสาน วัดพายัพ ตั้งอยู่ในตัวเมืองเก่า ณ ทิศตามชื่อวัด วัดกลางอยู่กลางเมือง ปัจจุบันเป็นพระอารามหลวงชื่อ วัดพระนารายณ์มหาราช นอกจากนี้ยังมีวัดสระแก้ว วัดบึงอยู่ริมบึงใหญ่ วัดแจ้ง วัดสมอราย และวัดสามัคคี วัดทั้งหมดนี้เป็นวัดโบราณคู่บ้านคู่เมืองสมัยเริ่มสร้างเมืองโคราช ทุกวัดอยู่ในเขตอำเภอเมือง เป็นที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวที่นิยมชมของโบราณ

วัดศาลาลอย
ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของตัวเมือง ทางเข้าแยกจากถนนรอบเมืองเข้าไปประมาณ 500 เมตร อยู่ติดกับลำตะคอง ซึ่งไหลลงสู่แม่น้ำมูล มีพระอุโบสถเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี และพระอุโบสถหลังใหม่สร้างเมื่อ พ.ศ. 2510 เป็นลักษณะศิลปะไทยประยุกต์ โดยสร้างเป็นรูปสำเภาโต้คลื่น ใช้วัสดุพื้นเมือง คือใช้กระเบื้องดินเผาด่านเกวียน วัดนี้ได้รับรางวัลดีเด่นแนวบุกเบิกอาคารทางศาสนา จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ และรางวัลจากมูลนิธิเสฐียรโกเศศและนาคะประทีป ในปี พ.ศ. 2516

วัดศาลาทอง
ตั้งอยู่ที่ตำบลหัวทะเล ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ราว 1 กิโลเมตร เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งบรรจุอยู่ในพระเจดีย์องค์เล็ก ปัจจุบันได้ก่อพระเจดีย์ใหญ่ครอบองค์เดิมไว้

วัดป่าสาละวัน 
อยู่หลังสถานีรถไฟนครราชสีมา เป็นวัดที่เก็บพระอัฐิธาตุของอาจารย์เสา อาจารย์มั่น และอาจารย์ทิมรถตู้โคราช

อนุสาวรีย์สถานนางสาวบุญเหลือรถตู้โคราช
ตั้งอยู่ในบริเวณโรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์ ตำบลโคกสูง อำเภอเมือง ห่างจากตัวเมือง 12.5 กิโลเมตร ตามเส้นทางสายนครราชสีมา-ชัยภูมิ ชาวนครราชสีมาได้ร่วมสร้างขึ้น และทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2529 เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของนางสาวบุญเหลือและเหล่าบรรพบุรุษของชาวนครราชสีมา ที่ได้พลีชีพเพื่อปกป้องชาติเมื่อครั้งวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ในปี พ.ศ. 2369 นับเป็นอนุสรณ์สถานอีกแห่งหนึ่งที่ชาวนครราชสีมาให้ความเคารพสักการะเป็น อย่างสูง

ปราสาทหินพนมวัน
ตั้งอยู่ที่บ้านมะค่า ตำบลโพธิ์ เดินทางไปตามถนนสายโคราช-ขอนแก่น ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวาไปตามทางราดยางอีก 5 กิโลเมตร เป็นโบราณสถานสมัยขอม สร้างราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 เพื่อเป็นเทวสถาน ต่อมาภายหลังดัดแปลงเป็นพุทธสถานตัวปราสาทหินพนมวัน สร้างเป็นปรางค์มีฉนวน (ทางเดิน) ติดต่อกันเป็นรูปสี่เหลี่ยมยาว 25.50 เมตร กว้าง 10.20 เมตร พระปรางค์มีประตูซุ้ม 3 ด้าน ซุ้มประตูด้านทิศเหนือประดิษฐานพระพุทธรูปยืนปางประธานอภัย 1 องค์ ลักษณะศิลปะแบบอยุธยา รอบปราสาทเป็นลานกว้างมีระเบียงคดก่อด้วยหินกว้าง 54 เมตร ยาว 63.30 เมตร ประกอบด้วยประตูทางเข้า 4 ทิศ ปราสาทแห่งนี้เป็นโบราณสถานที่น่าชม น่าศึกษาแห่งหนึ่ง

วัดปรางค์
ตั้งอยู่ที่บ้านพุดชา ห่างจากตัวเมือง 25 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 2 (โคราช-ขอนแก่น) ถึงสี่แยกจอหอเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 205 เป็นระยะทาง 5 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2189 อีก 10 กิโลเมตร ภายในวัดมีปรางค์สมัยขอม รูปสี่เหลี่ยม จัตุรัสก่อด้วยอิฐ ส่วนยอดได้รับการดัดแปลงในสมัยหลังเป็นรูปกรวยสี่เหลี่ยมแบบเจดีย์ล้านช้าง องค์ปรางค์มีประตูเดียว หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีทับหลังหินทรายสลักลวดลายเป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณอยู่เหนือประตู เป็นศิลปะเขมรแบบบันทายศรี อายุราวต้นศตวรรษที่ 16 ภายในเรือนธาตุมีจิตรกรรมฝาผนังสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ปัจจุบันลบเลือนเกือบหมดแล้ว

สวนแก้ว 
อยู่ริมถนนสายโคราช-ปักธงชัย ห่างจากตัวจังหวัดไปประมาณ 10 กิโลเมตร เป็นสวนพักผ่อนหย่อนใจของชาวจังหวัดนครราชสีมา อัตราค่าเข้าชมสวนแก้ว เด็ก 5 บาท ผู้ใหญ่ 10 บาท

สวนสัตว์นครราชสีมา 
อยู่ห่างจากตัวเมือง 13 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 304 โคราช-ปักธงชัย ระยะทาง 12 กิโลเมตรเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2310 ไปอีก 1 กิโลเมตร เป็นสวนสัตว์แบบกึ่งเปิดและปิด พื้นที่กว่า 500 ไร่ สัตว์ป่าที่น่าสนใจ ได้แก่ กระทิง เนื้อทราย ละอง ละมั่ง ค่าง งู แมวป่า นก กระเรียน นกยูงไทย และนกยูงอินเดีย เป็นต้น เปิดให้เข้าชมทุกวันระหว่างเวลา 08.00-16.30 น.

guest

Post : 13/06/2011 15:19     Forum: บทความน่าสนใจ  >  จังหวัดนครราชสีมา :: ข้อมูลทั่วไป

นครราชสีมา หรือ ที่เรียกว่า “โคราช” เปรียบเสมือนประตูสู่ภาคอีสาน อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 259 กิโลเมตร เป็นเมืองใหญ่บนดินแดนที่ราบสูง ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากร และสิ่งอำนวยความสะดวกทางการท่องเที่ยว ผู้มาเยือนจะเพลิดเพลินกับกิจกรรมท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทั้งเดินป่าศึกษาธรรมชาติ พักผ่อนหย่อนใจริมอ่างเก็บน้ำ ชื่นชมความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมขอมโบราณ และเรียนรู้วัฒนธรรมพื้นบ้าน ทั้งยังได้อิ่มอร่อยกับอาหารอีสานต้นตำรับ ก่อนกลับยังได้ซื้อหาสินค้าเกษตร หัตถกรรมพื้นบ้าน ที่มีให้เลือกอีกมากมาย

 

คำว่า นครราชสีมา เกิดจากการรวมชื่อเมืองโบราณสองเมือง คือ เมืองโคราชและเมืองเสมา ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอโนนสูง นครราชสีมาเคยเป็นที่ตั้งของชุมชนโบราณหลายแห่งตั้งแต่สมัยก่อนประวัติ ศาสตร์ จนถึงสมัยที่มีการเผยแพร่ของวัฒนธรรมทวารวดีและวัฒนธรรมแบบขอมเข้ามาในดิน แดนแถบนี้ เคยมีฐานะเป็นเมือง “เจ้าพระยามหานคร” เช่นเดียวกับเมืองนครศรีธรรมราชทางภาคใต้ มีอำนาจปกครองหัวเมืองน้อยใหญ่ในอีสานหลายแห่ง จนมาถึงปัจจุบันก็ยังคงความสำคัญอย่างต่อเนื่อง ในฐานะที่เป็นเมืองศูนย์กลางทางด้านคมนาคม เศรษฐกิจของภาคอีสาน

 

จังหวัดนครราชสีมา มีพื้นที่ประมาณ 20,494 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 26 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองนครราชสีมา ปากช่อง สีคิ้ว สูงเนิน ขามทะเลสอ ด่านขุนทด โนนไทย โนนสูง ขามสะแกแสง พิมาย คงโนนแดง ประทาย ชุมพวง บัวใหญ่ แก้งสนามนาง บ้านเหลื่อม จักราช ห้วยแถลง ปักธงชัย โชคชัย ครบุรี เสิงสาง หนองบุนนาก วังน้ำเขียว เฉลิมพระเกียรติ และอีก 6 กิ่งอำเภอ คือ กิ่งอำเภอเมืองยาง เทพารักษ์ ลำทะเมนชัย พระทองคำ บัวลายและสีดา

 
อาณาเขต :
ทิศเหนือ ติดกับจังหวัดชัยภูมิ และขอนแก่น
ทิศใต้ ติดกับจังหวัดนครนายก และปราจีนบุรี
ทิศตะวันออก ติดกับจังหวัดบุรีรัมย์
ทิศตะวันตก ติดกับจังหวัดชัยภูมิ และสระบุรี

 

guest

Post : 13/06/2011 15:19     Forum: บทความน่าสนใจ  >  เรื่องเล่า ขำขำ ไม่ได้ขึ้นเงินเดือนกับเขาซักที

 

 

อย่า สงสัยว่าทำไมเงินเดือนไม่ขึ้น หลังจากทำงานผ่านไปได้ 2 ปี หนุ่มคนหนึ่งก็เริ่มสงสัยว่า ทำไม๊ทำไมเค้าไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง และไม่ได้ขึ้นเงินเดือนเลย

เช้า วันหนึ่งเค้าตัดสินใจเข้าไปพบผู้จัดการแผนกบุคคลและคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อฝ่ายบุคคลได้ฟังข้อสงสัยของเค้า จึงได้หัวเราะเชิญให้เค้านั่งลงและพูดว่า

บุคคล : นี่คุณ คุณจะให้ผมขึ้นเงินเดือนให้คุณได้ยังไง ในเมื่อคุณไม่ได้ทำงานที่นี่เลยแม้แต่วันเดียว

ชายหนุ่ม: ได้ยินดังนั้นก็ตกใจมาก แต่ฝ่ายบุคคลก็ยังคงใจเย็นและอธิบายต่อไป

บุคคล : ไหนคุณตอบคำถามผมหน่อยสิ ในหนึ่งปีมีกี่วัน

ชายหนุ่ม : 365 วัน และบางปีก็ 366 วันครับ

บุคคล : แล้วในหนึ่งวันมีกี่ชั่วโมง

ชายหนุ่ม : 24 ชั่วโมง

บุคคล : แล้วในหนึ่งวัน คุณทำงานกี่ชั่วโมง

ชายหนุ่ม : 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น มีพัก 1 ชั่วโมง ..........ทำ 8 ชั่วโมงครับ

บุคคล : อาฮะ .... แสดงว่า คุณทำงานเท่าไหร่ต่อหนึ่งวัน

ชายหนุ่ม : ก็ทำ 8/24 ชั่วโมง ก็แปลว่า 1/3 ก็คือทำงาน 1 ใน 3 ของวันครับผม

บุคคล : โอเคขอบคุณมาก งั้นลองมาคิดต่อนะ คุณทำงาน 1 ใน 3 ของ 366 วันแสดงว่าคุณทำงานกี่วัน

ชายหนุ่ม : 1 ปี ผมทำงาน 122 วันครับ (366 หาร 3 = 122 วัน)

บุคคล : เอาล่ะ ปกติคุณมาทำงานวันเสาร์อาทิตย์ด้วยรึเปล่า

ชายหนุ่ม : ไม่ได้มาครับ

บุคคล : แล้วปีหนึ่งมีวันหยุดสุดสัปดาห์กี่วัน

ชายหนุ่ม : มีวันเสาร์ 52 วัน วันอาทิตย์ 52 วัน รวมเป็น 104 วันครับ

บุคคล : 1 ปี คุณว่าคุณทำงานจริง 122 วัน แต่มีเสาร์อาทิตย์อีก 104 วัน งั้นตกลงคุณทำงานกี่วัน

ชายหนุ่ม : 122 - 104 = 18 วันครับ (เสียงเริ่มอ่อย)

บุคคล : โอเค .. ปกติผมอนุญาตให้คุณลาป่วยได้ปีละ 2 อาทิตย์ ซึ่งก็คือ 14 วัน ตกลงตอนนี้คุณเหลือเวลาทำงานกี่วัน

ชายหนุ่ม : 18 - 14 = 4 วันครับ

บุคคล : แล้ววันปีใหม่คุณมาทำงานมั๊ย

ชายหนุ่ม : ไม่ครับ

บุคคล : วันแรงงานล่ะ

ชายหนุ่ม : ไม่ครับ

บุคคล : ตกลงเหลือกี่วัน

ชายหนุ่ม : 2 วันครับ

บุคคล : วันพ่อมาทำงานมั๊ย

ชายหนุ่ม : ไม่มาครับ

บุคคล : ตกลงเหลือกี่วันแล้ว

ชายหนุ่ม : 1 วันครับ

บุคคล : แล้ววันแม่ล่ะ หยุดมั๊ย

ชายหนุ่ม : หยุดครับ

บุคคล : ตกลงปีนึงคุณทำงานให้บริษัทกี่วันเนี๊ยะ

ชายหนุ่ม : ไม่ได้ทำเลยครับ!!!

บุคคล : อ้าว !! .. แล้วนี่คุณจะมาเรียกร้องอะไรอีกเนี๊ยะ

ชายหนุ่ม : ผมเข้าใจแล้วครับ ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าทุกวันนี้ เงินเดือนที่ผมได้ เหมือนกับขโมยบริษัทมาเปล่าๆเลยครับ

guest

Post : 13/06/2011 15:18     Forum: บทความน่าสนใจ  >  วิธีโดยสารรถตู้ให้ปลอดภัย

วิธีโดยสารรถตู้ให้ปลอดภัย

            รถ ตู้รับจ้างเป็นรถประจำทางอย่างหนึ่งที่สะดวกสบาย ไม่ต้องจอดรถทุกป้ายเหมือนอย่างรถเมล์ และสามารถทำเวลาได้อย่างรวดเร็ว แต่รถตู้ก็เป็นช่องทางหนึ่ง ให้มิจฉาชีพทำงานได้สะดวก เพราะมีผ้าม่านบังสายตาคนภายนอก ภายในกว้างขวางเอื้อต่อการก่อเหตุ และสามารถเปลี่ยนที่หลบหนีได้อย่างรวดเร็ว

ต้องเป็นรถตู้ถูกกฎหมายเท่านั้น

          คุณจะต้องเลือกรถตู้ที่อยู่ในเส้นทางประจำ และวิ่งบนเส้นทางที่ไม่เปลี่ยวจนเกินไป เพราะรถตู้ที่วิ่งในเส้นทางประจำ จะทำให้คุณเดาได้ว่าอีกนานเท่าไร จะถึงที่หมาย หรือว่ารถวิ่งออกนอกเส้นทาง หรือไม่ เป็นการสร้างความปลอดภัยในตนเองระดับหนึ่ง ต่างกับรถตู้ผีที่วิ่งรับผู้โดยสารพาเข้าเส้นทางลัดแปลกๆ อยู่เสมอ

อย่าอยู่บนรถตู้คนเดียว

          จำไว้ว่าคุณอย่าขึ้นรถตู้เป็นคนแรกหรือลงเป็นคนสุดท้าย ทางที่ดีคุณควรรอให้มีคนขึ้นรถตู้สัก 2-3 คนก่อน จะขึ้นไปนั่งรอคนเดียว หรือเลือกลงจากรถตู้ในป้ายใหญ่ๆ อย่ายินยอมคนขับรถตู้ที่อ้างว่าจะไปส่งที่บ้านให้ เพราะจะไปเส้นทางนั้นเหมือนกัน ตอบปฏิเสธแม้ว่าเขาจะดูเป็นคนดีหรือสุภาพแค่ไหนก็ตาม

แล่นนอกเส้นทางรีบถาม

          การนั่งรถสาธารณะไม่ใช่การนั่งรถเล่น คุณจะต้องสังเกตว่ารถออกนอกเส้นทางตั้งแต่เมื่อไร แต่ถามหรือทักท้วงคนขับว่าจะไปเส้นทางไหน ถ้าให้คำตอบที่ทำให้คุณไม่มั่นใจนักให้คนขับจอด ในที่ชุมชนแล้ววางแผนหารถต่อ ไปเองดีกว่าที่จะนั่งเสี่ยงโดยให้รถตู้พาไปไหนก็ไม่รู้

คนขับกลายเป็นคนร้าย

          หากเวลาผ่านไปคนขับฉีกหน้ากากออก กลายเป็ยคนร้ายที่มุ่งต่อชีวิต และทรัพย์สินคุณ ให้รีบเปิดหน้าต่างตะโกนขอความช่วยเหลือ รวมทั้งสร้างสถานการณ์ ให้มีพิรุธเป็นจุดสนใจ เช่น ทิ้งกระเป๋า หรือของใช้ส่วนตัวมาอย่างจงใจ หากคนร้ายไม่หยุดรถ รอจังหวะตอนติดไฟแดงหรือยามรถแล่นด้วยความเร็วไม่สูงนัก กระโดดเข้าบีบแตรรถให้ดัง ถ้าประตูเปิดได้ให้กลิ้งตัวลงมาแบบเก็บคองอเข่า หรือปีนหน้าต่างออกมาให้เร็วที่สุด

          การอยู่บนความไม่ประมาทเป็นวิธีที่ดีที่สุด

ที่มา นิตยสาร Lisa Weekly


http://www.teenrama.com

guest

Post : 13/06/2011 15:16     Forum: บทความน่าสนใจ  >  อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี

อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี

สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2476 ตั้งอยู่หน้าประตูชุมพล ซึ่งเป็นประตูเมืองเก่าทางด้านทิศตะวันตก อนุสาวรีย์หล่อด้วยทองแดงรมดำ สูง 1.85 เมตร หนัก 325 กิโลกรัม ประดิษฐานอยู่บนไพทีสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง สูง 2.5 เมตร แต่งการด้วยเครื่องยศพระราชทาน มือขวากุมดาบ ปลายดาบจรดพื้น มือซ้ายท้าวสะเอว หันหน้าไปทางทิศตะวันตกซึ่งเป็นที่ตั้งของกรุงเทพฯ ฐานอนุสาวรีย์บรรจุอัฐิของท้าวสุรนารี เป็นที่เคารพสักการะของชาวจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดใกล้เคียง

 

ท้าวสุรนารี มีนามเดิมว่า คุณหญิงโม เป็นภรรยาปลัดเมืองนครราชสีมา ท่านให้สร้างวีรกรรมไว้ให้แก่ประเทศชาติเมื่อ ปี พ.ศ. 2369 โดยสามารถรวบรวมชาวบ้านเข้าสู้รบและต่อต้านกองทัพของเจ้าอนุวงศ์แห่ง เวียงจันทน์ ไม่ให้มาตีกรุงเทพฯ เป็นผลสำเร็จ พระบาmสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาคุณหญิงโมเป็นท้าวสุรนารี และเพื่อเป็นการระลึกถึงคุณความดีของท่าน ชาวเมืองนครราชสีมาได้พร้อมใจกันจัดงานเฉลิมฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุ รนารีขึ้น ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม ถึงวันที่ 3 เมษายน ของทุกปี

ประตูชุมพล
เป็นประตูเมืองด้านทิศตะวันตกของเมืองนครราชสีมา ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เมืองนครราชสีมาในสมัยนั้นมีผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ล้อมรอบด้วยคูน้ำและกำแพง มีประตูเมืองสี่ประตู ปัจจุบันคงเหลือเพียงประตูชุมพลทางด้านทิศตะวันตกที่เป็นประตูเดิม ส่วนอีกสามประตูอันได้แก่ ประตูพลแสนด้านทิศเหนือ ประตูพลล้านด้านทิศตะวันออก และประตูชัยณรงค์ด้านทิศใต้ ได้สร้างขึ้นใหม่แทนของเดิม

guest

Post : 13/06/2011 15:15     Forum: บทความน่าสนใจ  >  อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

 

 

 

                                                                                         ประวัติ "อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ" 
 
เกียรติประวัติและวีรกรรมของ บรรดาวีรชนผู้สละชีพเพื่อชาติ ในกรณีพิพาท อินโดจีน สงครามมหาเอเซียบูรพา (สงครามโลกครั้งที่ ๒) และสงครามเกาหลี เป็น อนุสาวรีย์กลางเพื่อเทิดทูน วีรชนผู้สละชีพเพื่อชาติทั้งปวง และเพื่อเตือนใจชาวไทย ให้ระลึกว่า ชาติไทยนั้นดำรงเอกราชและรักษาความมั่นคงของชาติอยู่ได้ด้วยบรรดา วีรชนนักรบไทย ผู้ซึ่งได้เสียสละชีพเพื่อชาติตลอดมา

อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นอนุสาวรีย์ในกรุงเทพมหานคร โดยรอบเป็นวงเวียน อยู่กึ่งกลางระหว่างถนนพหลโยธิน ถนนราชวิถี และถนนพญาไท

ความ สำคัญของอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นอกจากเป็นอนุสรณ์สถานที่สำคัญและเป็นที่จารึกรายนามทหารที่เสียชีวิตใน กรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศส (สงครามอินโดจีน) สงครามโลกครั้งที่ 2 และสงครามเกาหลีแล้ว ยังเป็นต้นทางของถนนพหลโยธิน รวมไปถึงศูนย์กลางการคมนาคมที่มีรถโดยสารให้บริการในหลายเส้นทาง เป็นจำนวนมาก ทั้งรถเมล์ รถไฟฟ้า BTS และรถตู้ ผ่านตลอด 24 ชั่วโมง จึงทำให้อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเป็นชุมทางการคมนาคมที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร ในปัจจุบัน

สิ่งก่อสร้างบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ได้แก่ โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า ทางด่วนขั้นที่ 2 สถานีรถไฟฟ้า อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โรบินสัน

ประวัติ
        อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สร้างขึ้นเพื่อเทิดทูนวีรกรรมของทหาร ตำรวจและพลเรือนที่เสียชีวิตไปในกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศส เรื่องการปรับปรุงพรมแดนไทยกับอินโดจีนใหม่ ซึ่งในครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิต 59 คน พลเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา เป็นผู้วางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2484 และ[[จอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นผู้กระทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2485 สถาปนิกผู้ออกแบบอนุสาวรีย์คือ หม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล

        ก่อนที่จะมีการสร้างวงเวียนอนุสาวรีย์ บริเวณจุดตัดของถนนพญาไท ถนนราชวิถี และถนนพหลโยธิน นี้มีชื่อเรียกว่า "สี่แยกสนามเป้า"

ความหมาย
        การออกแบบอนุสาวรีย์ของหม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล มีแรงบันดาลใจห้าประการ คือ • ปฏิบัติการของกองทัพทั้ง 3

• ปฏิบัติการอย่างกล้าหาญของกำลังพลโดยเฉพาะ

• อาวุธที่ทหารใช้สู้รบ

• เหตุการณ์ที่สำคัญที่ต้องเปิดการสู้รบ

• ความสนใจของประชาชน

        หม่อมหลวงปุ่มใช้ดาบปลายปืน ซึ่งเป็นอาวุธประจำกายทหาร โดยใช้ดาบปลายปืนห้าเล่มรวมกัน จัดตั้งเป็นกลีบแบบลูกมะเฟือง ปลายดาบชี้ขึ้นบน ส่วนคมของดาบหันออก ก่อสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กประดับหินอ่อน มีความสูงประมาณ 50 เมตร ดาบปลายปืนส่วนด้ามตั้งเหนือเพดานห้องโถงใหญ่ ซึ่งใช้เก็บกระสุนปืนใหญ่บรรจุอัฐิทหารที่เสียชีวิตในกรณีพิพาทไทย-ฝรั่งเศส

        ด้านนอกตอนโคนดาบปลายปืน มีรูปปั้นหล่อทองแดง ขนาดสองเท่าคนธรรมดา ของนักรบ 5 เหล่า คือ ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ตำรวจ และพลเรือน ศิลปินผู้ปั้นรูปเหล่านี้เป็นลูกศิษย์ของ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เช่น สิทธิเดช แสงหิรัญ, อนุจิตร แสงเดือน, พิมาน มูลประสุข, แช่ม ขาวมีชื่อ ภายใต้การควบคุมของ ศ.ศิลป พีระศรี

        ด้านนอกของผนังห้องโถง เป็นแผ่นทองแดงจารึกนามผู้เสียชีวิต รายนามผู้ที่ได้รับการจารึกไว้ มีทั้งสิ้น 160 คน เป็นทหารบก 94 คน ทหารเรือ 41 คน ทหารอากาศ 13 คน และตำรวจสนาม 12 คน จนถึงปัจจุบันแผ่นทองแดงจารึกรายนามผู้เสียชีวิต และผู้สละชีพเพื่อชาติจากสงครามต่างๆ ตั้งแต่ พ.ศ.2483-2497 รวมทั้งสิ้น 801 คน

        อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถูกสร้างขึ้นเพื่อจารึกรายนามของทหารหาญและวีรชนที่เสียชีวิตในสงครามข้อ พิพาทแย่งดินแดนระหว่างไทยและฝรั่งเศส รวมทั้งทหารที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 2 และสงครามเกาหลี ที่ได้สละเลือดเนื้อและชีวิตในการปกป้องเอกราชอธิปไตยไว้ให้ลูกหลานไทย

เหตุการณ์ดังกล่าวย้อนหลังไปเมื่อปี พ.ศ.2483 สมัยรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม
ประเทศ ไทยได้เรียกร้องดินแดนคืนจากฝรั่งเศส ซึ่งฝรั่งเศสก็ได้เร่งรัดให้ทำสัตยาบันไม่รุกรานฝรั่งเศสเป็นการตอบแทนตาม ที่ได้เคยทำสัญญาไว้ โดยสัญญาดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้เมื่อแลกสัตยาบันกันเรียบร้อยแล้ว รัฐบาลไทยให้คำตอบว่ายินดีจะทำตามหากฝรั่งเศสยกดินแดนหลวงพระบาง ปากเซ ทางฝั่งขวาของแม่น้ำโขง ที่ยึดไปเมื่อปีพุทธศักราช 2447 คืนให้กับไทย และทำการปักปันเส้นเขตแดนในลำน้ำโขงให้เรียบร้อย

        นอกจากนี้ต้องรับประกันว่าจะยกประเทศลาวซึ่งเดิมเป็นอาณาจักรของไทยคืนให้ ไทยด้วย หลังจากที่พ้นจากการปกครองของฝรั่งเศสแล้ว แต่ฝรั่งเศสตอบปฏิเสธข้อเสนอนี้

        ดังนั้น จึงเกิดเป็นกรณีพิพาทกันขึ้น และทวีความรุนแรงมากขึ้น เมื่อฝรั่งเศสทำการทิ้งระเบิดที่จังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2483 โดยทางรัฐบาลไทยได้โต้ตอบโดยการทิ้งระเบิดเช่นเดียวกัน จึงเป็นเหตุให้เกิดการปะทะกันด้วยกำลังทหารและอาวุธ จนกระทั่งรัฐบาลญี่ปุ่นได้เข้ามาไกล่เกลี่ยกรณีพิพาทให้ยุติลง โดยการตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อประชุมทำสัตยาบันสันติภาพที่กรุงโตเกียว

        ฝรั่งเศสตกลงยอมยกดินแดนหลวงพระบาง ฝั่งขวาของแม่น้ำโขง นครจำปาศักดิ์กับที่ท่าสามเหลี่ยมฝั่งขวา และอาณาเขตมณฑลบูรพาเดิมให้กับไทย

ผลจากกรณีพิพาทครั้งนี้ ทำให้ประเทศไทยสูญเสียทหารหาญจำนวน 59 นาย ซึ่งมีชื่อจารึกอยู่บนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

        อนุสาวรีย์แห่งนี้ สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กประดับศิลาอ่อน มีรูปทรงเป็นดาบปลายปืน 5 เล่ม มีความสูงประมาณ 50 เมตร รอบดาบปลายปืนมีรูปปั้นนักรบ 5 เหล่า คือ ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ตำรวจ และพลเรือน ยืนล้อมรอบอยู่ บริเวณใต้รูปปั้นมีแผ่นทองแดงซึ่งเป็นที่จารึกรายชื่อของผู้เสียชีวิต และผู้สละชีพเพื่อชาติจากสงครามต่างๆ ตั้งแต่ พ.ศ.2483-2497 รวมทั้งสิ้น 801 นาย

        ทุกวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ของทุกปี องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และครอบครัวทหารผ่านศึก ทหารนอกประจำการ และผู้ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความมั่นคงของชาติ จะร่วมกันจัดพิธีวางพวงมาลาที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อเป็นการแสดงความคารวะต่อดวงวิญญาณของเหล่านักรบผู้กล้า และยังมีพิธีสวนสนามที่ลานอเนกประสงค์ กองพันทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ด้วย

처음 이전 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6

 

รถตู้โดยสารโคราช  รับส่งพัสดุโดยรถตู้ ทางเลือกสำหรับผูู้ใช้บริการรถตู้  เส้นทางสายมิตรภาพเดินทางสู่ประตูอีสาน