Support
จักราชทัวร์
087-097-3200,086-393-5400
Your shopping cart
ดูตะกร้าสินค้าของคุณ
ไม่มีสินค้าในตะกร้าของคุณ
guest
นัท
- Guest -

Post : 31/10/2012 20:12     Forum: สอบถาม  >  สอบถามเส้นทาง

 ผมอยากทราบว่าผ่าน ชาติชายฮอลล์ หรือป่าวคับ 

guest
โย
- Guest -

Post : 29/10/2012 13:59     Forum: สอบถาม  >  สอบถาม

 รถผ่าน อ ขามสะแกแสงไหมครับ ถ้าไม่ผ่านจุดจอดที่ไหนไก้ลสุด

guest
โย
- Guest -

Post : 29/10/2012 13:51     Forum: สอบถาม  >  รับฝากไก่ชนไหม

 มีบริการส่งไก่ชนไหมครับ

guest
กิกิ
- Guest -

Post : 26/09/2012 16:02     Forum: สอบถาม  >  รถจากโคราช ไปกรุงเทพ

ถ้าจะไปขึ้นเครื่องที่ดอนเมืองจอดให้ที่ไหนใกล้สุดคะ

แล้วขึ้นที่โคราช ขึ้นท่ี่ไหนคะ ราคาเท่าไหร่คะ

ขอบคุณค่ะ

guest
นุ่น
- Guest -

Post : 02/09/2012 02:14     Forum: สอบถาม  >  อยากรู็้้ระยะเวลาการเดินทาง

 อยากรู้ว่าใช้เวลาจากกทม ถึง อ.จักราช  กี่ชั่วโมง ค่ะ   แล้วรับฝั่งตรงข้ามฟิวเจอร์รึป่าว?

guest
จอยส์
- Guest -

Post : 22/08/2012 07:54     Forum: สอบถาม  >  อยากทราบค่าเดินทางค่ะ

อยากทราบว่าุถ้าจากอนุเสาวรีย์ไปเรือนจำกลางคลองไผ่ใช้เวลาเดินทางกี่ชม.แร้วค่าโดยสารกี่บาทค่ะ แล้วขึ้นรถตู้ได้ส่วนไหนของอนุเสาวรีย์ค่ะ

guest
เบียร์
- Guest -

Post : 11/08/2012 20:28     Forum: สอบถาม  >  สอบถามหน่อยคะ

 จะเดินทางจาก ม.กรุงเทพ รังสิต ไป บริษัท ซีเกตโคราช ใช้เวลากี่ชั่วโมงคะ ค่าโดยสารเท่าไหร่คะ

guest
เหมียว
- Guest -

Post : 03/08/2012 18:18     Forum: สอบถาม  >  รถผ่าน โรงแรมดุสิต ปรินท์เซส ไหมคะ

รถจาก กทม.เข้าโคราช  ผ่าน โรงแรมดุสิตปรินท์เซสไหมคะ

และถ้าต้องการจองตั๋วรถ จองก่อนได้นานเท่าไหร่คะ   ต้องการขึ้นรถ เที่ยว 6 โมงเช้าวันที่ 8 สค.ค่ะ

guest
กุ๊ก
- Guest -

Post : 03/07/2012 12:06     Forum: สอบถาม  >  สอบถามค่ะ

รถผ่านบริษัท CP สีคิ้ว ลาดบัวขาวรึป่าวคะ  

ค่าโดยสารเท่าไหร่ เดินทางกี่ชั่วโมงคะ

ขอบคุณมากค่ะ

guest
ปาล์ม
- Guest -

Post : 21/06/2012 21:45     Forum: สอบถาม  >  สอบถาม

 จะไปห้วยแถลงค่ะ ผ่านมั๊ยค่ะ ค่ารถเท่าไหร่

guest
นิด
- Guest -

Post : 13/06/2012 13:27     Forum: สอบถาม  >  ขึ้นรถ

                    อยู่ตัวเมืองโคราชจะขื้นรถได้ที่ไหนคะ

guest
เก๋
- Guest -

Post : 15/05/2012 16:43     Forum: สอบถาม  >  อยากทราบว่าผ่านวัดศาลาลอยหรือเปล่าค่ะ

 อยากทราบว่า รถผ่่านวัดศาลาลอยหรือเปล่าค่ะ และใช้เวลาประมาณกี่ชั่วโมงค่ะ จากอนุสาวรีย์ถึงวัดค่ะ คืออยากทราว่า สามารถเดินทางไปกลับได้เลยหรือเปล่า และค่ารถเท่าไรค่ะ

ขอบคุณค่ะ

guest
อุษา
- Guest -

Post : 01/05/2012 15:51     Forum: สอบถาม  >  จุดจอดรถระหว่างทาง

อยากทราบข้อมูล รถตู้จากโคราช - กรุงเทพ สามารถไปขึ้นที่ไหนได้บ้าง แล้วถ้าต้องการลงบริเวณนิคมอุตสาหกรรมหนองแค สระบุรี ไม่ทราบว่าจะจอดให้ได้มั้ยค่ะ แล้วค่ารถเท่าไหร่ค่ะ

guest

Post : 18/07/2011 12:24     Forum: บทความน่าสนใจ  >  เที่ยว“ชัยภูมิ” ตื่นตาทุ่งดอกกระเจียว

 

             ในช่วงหน้าฝน เดือนมิถุนายน-สิงหาคมของทุกปี เป็นช่วงเวลาที่ดอกกระเจียวในจังหวัดชัยภูมิกำลังบานสะพรั่งเต็มท้องทุ่ง นักท่องเที่ยวและผู้ที่รักการถ่ายภาพต่างเฝ้ารอให้ช่วงเวลานี้มาถึง เพราะความงดงามของดอกกระเจียว ดอกไม้ซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของจังหวัด และความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดชัยภูมิ ได้สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ที่มาเยือนเสมอมา ดังคำขวัญของจังหวัดที่ว่า “ทิวทัศน์สวย รวยป่าใหญ่ มีช้างหลาย ดอกไม้งาม ลือนามวีรบุรุษ สุดยอดผ้าไหม พระใหญ่ทวารวดี” 
       
       แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดชัยภูมินั้นมีมากมาย ขอเริ่มจากการไปชมความงามของทุ่งดอกกระเจียวที่เกริ่นไปแล้วข้างต้น โดยในปีนี้ทางจังหวัดได้จัดงาน "เทศกาลท่องเที่ยวดอกกระเจียวงามจังหวัดชัยภูมิ" ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 สิงหาคม ณ อุทยานแห่งชาติป่าหินงามและอุทยานแห่งชาติไทรทอง
 
 
       “ดอกกระเจียว” หรือที่บางคนเรียกว่า “บัวสวรรค์” นั้น เป็นพืชวงศ์เดียวกับขิง และเป็นไม้ล้มลุกซึ่งมีเหง้าอยู่ใต้ดิน ในช่วงฤดูหนาวและฤดูร้อนเหง้าดอกกระเจียวจะนอนหลับไหลอยู่ใต้ดิน และเมื่อเข้าสู่หน้าฝน สายฝนจะปลุกดอกกระเจียวให้ตื่นมาบานเริงร่า จนเป็นที่มาของเทศกาลท่องเที่ยวดอกกระเจียวงามในจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งมีให้ชมกันสองแห่งนั่นก็คือที่อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม และอุทยานแห่งชาติไทรทอง
 
 
       “อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม” อยู่ในอำเภอเทพสถิต มีดอกกระเจียวสีชมพูอมม่วงเบ่งบานเต็มท้องทุ่ง และในหน้าฝนอย่างนี้ทุ่งดอกกระเจียวจะมีอากาศเย็นฉ่ำและมีหมอกฝนลอยอยู่ตามยอดหญ้า เพิ่มความโรแมนติกและสร้างบรรยากาศในการชมดอกไม้ให้น่าประทับใจยิ่งขึ้นไปอีก และเพื่อความสะดวกสบายของนักท่องเที่ยว ทางอุทยานฯ ได้ทำทางเดินชมธรรมชาติตัดผ่านเข้าไปในทุ่งดอกกระเจียวให้ได้สัมผัสดอกไม้กันอย่างใกล้ชิดโดยที่ไม่ต้องเหยียบต้นหญ้าและดอกไม้ให้บอบช้ำ พร้อมกับห้ามนักท่องเที่ยวเดินออกนอกเส้นทางและห้ามเด็ดดอกกระเจียวอย่างเด็ดขาด แต่ก็ยังมิวายมีคนฝ่าฝืนได้ทุกปี ก็ต้องเสียค่าปรับ 500 บาท
 
 
       ชมดอกไม้แล้วอย่าลืมไปชมทิวทัศน์กันที่ “ผาสุดแผ่นดิน” ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดของเทือกเขาพังเหยในอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ที่จุดชมวิวแห่งนี้จะมองเห็นวิวของสันเขาสลับซับซ้อนกันสวยงาม มองเห็นที่ราบภาคกลางเบื้องล่างในเขตจังหวัดลพบุรี พร้อมกับรับลมเย็นสบาย
      
       และนอกจากดอกกระเจียวอันสวยงามแล้ว ที่อุทยานฯ แห่งนี้ยังมีประติมากรรมหิน อยู่ที่ ลานหินงาม” ซึ่งมีหินรูปร่างแปลกตาเกิดจากการกัดเซาะของลมและฝน จนกลายเป็นแท่งหินรูปลักษณ์แตกต่างกันให้คนได้จินตนาการ เช่น หินถ้วยฟีฟา หินรูปเรดาห์ หินตะปู หินรูปปราสาทโบราณ ฯลฯ เดินชมกันได้เพลินๆ
 
 
       ส่วนดอกกระเจียวที่ “อุทยานแห่งชาติไทรทอง” อำเภอหนองบัวระเหว มีให้ชมกัน 5 ทุ่งใหญ่ๆ มีความพิเศษตรงที่นอกจากจะมีสีชมพูอมม่วงแล้ว ยังมีดอกกระเจียวสีขาวขนาดเล็ก เมื่อบานเต็มทุ่งหญ้ามองดูคล้ายดวงดาวสีขาวแต่งแต้มพื้นดินสวยงามไม่แพ้กัน แต่การไปชมดอกกระเจียวจะต้องเดินผ่านแนวหน้าผาตามสันเขาพังเหยด้านตะวันตก ซึ่งเรียกชื่อต่างกันไป เช่น ผาพ่อเมือง ผาเพลินใจ ผาอาทิตย์อัสดง ผาสวนสวรรค์ แต่หน้าผาที่ขึ้นชื่อที่สุดของอุทยานฯไทรทองต้องยกให้ "ผาหำหด" ฟังชื่อแล้วก็ไม่ต้องบรรยายถึงความสูงและความเสียว แต่ใครจะเสียวมากเสียวน้อยต้องลองมาพิสูจน์ด้วยตัวเอง
       
       เดินถ่ายรูปกับดอกกระเจียวและชมทิวทัศน์สวยๆ เสร็จแล้ว เมื่อกลับมาที่ทำการอุทยานเบื้องล่างอีกครั้งก็อย่าลืมแวะไปพักผ่อนกับสายน้ำเย็นๆที่ “น้ำตกไทรทอง” น้ำตกที่มีความสูงประมาณ 5 เมตร กว้าง 80 เมตร ในช่วงหน้าน้ำสายน้ำตกจะแผ่กว้างตกลงมาเป็นม่านน้ำงดงาม มีแอ่งน้ำใหญ่อยู่บริเวณหน้าน้ำตก เรียกว่าวังไทร สามารถลงเล่นน้ำกันได้
 
 
       นอกจากแหล่งท่องเที่ยวทั้งสองแห่งนี้แล้ว ในจังหวัดชัยภูมิยังมีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอีกหลายแห่งด้วยกัน หนึ่งในนั้นที่น่าสนใจก็คือ “มอหินขาว” ในอุทยานแห่งชาติภูแลนคา อำเภอเมืองชัยภูมิ ที่นี่มีความแปลกตรงที่มีแท่งหินขนาดยักษ์ 5 ต้นตั้งเรียงรายท่ามกลางท้องทุ่งสีเขียว จากการสำรวจโดยกรมทรัพยากรธรณีสันนิษฐานว่าก้อนหินขนาดยักษ์เหล่านี้มีอายุประมาณ 175-195 ล้านปีและเกิดจากการสะสมตัวของตะกอนทรายแป้งและดินเหนียว และนอกจากเสาหินยักษ์ทั้ง 5 ต้นแล้ว ในบริเวณใกล้เคียงยังมีดงหิน ซึ่งมีก้อนหินขนาดใหญ่รูปทรงต่างๆ ตั้งอยู่กระจัดกระจาย สามารถปีนขึ้นไปชมวิวด้านบนหินได้ อีกทั้งยังมีหน้าผาสูงที่เป็นจุดชมวิวอันสวยงาม เช่น ผากล้วยไม้ ที่เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกได้เป็นอย่างดี
 
 
       เมืองชัยภูมิยังมีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอีกแห่งหนึ่ง นั่นก็คือ “น้ำตกตาดโตน” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติตาดโตน คำว่าตาดนั้นก็หมายถึงลานหินกว้างใหญ่ ส่วนคำว่าโตนนั้นก็หมายถึงลักษณะอาการที่สายน้ำตกลงไปเบื้องล่าง ที่น้ำตกแห่งนี้มีน้ำไหลตลอดปี ไม่เคยแห้งแม้ในช่วงหน้าแล้ง เพราะน้ำนั้นจะถูกปล่อยจากเขื่อนประทาวซึ่งอยู่เหนือน้ำตกขึ้นไป นักท่องเที่ยวจึงสามารถมาเที่ยวที่นี่ได้ตลอดปี อีกทั้งบริเวณนี้ยังมีศาลเจ้าพ่อตาดโตน (ศาลปู่ด้วย) ซึ่งเป็นที่เคารพของชาวบ้านในแถบนั้นด้วย
 
 
       ชัยภูมิยังเป็นจังหวัดที่มีความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า โดยมีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ป่าในอำเภอคอนสาร เกษตรสมบูรณ์ และหนองบัวแดง พื้นที่ประมาณ 1,125,000 ไร่ มีภารกิจในด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่า และเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์สัตว์ป่า เช่น ไก่ฟ้าพญาลอ นกยูง เก้ง กวาง และเนื้อทราย เป็นต้นโดยปล่อยสัตว์ให้อาศัยอยู่ในพื้นที่ธรรมชาติ สามารถสืบพันธุ์และขยายพันธุ์ได้เอง ได้มีการจัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติสำหรับผู้สนใจศึกษาธรรมชาติอย่างใกล้ชิด แต่การเข้าไปทัศนศึกษาต้องติดต่อกับทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเสียก่อน
      
       และด้วยความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า ชัยภูมิจึงเป็นเมืองที่มีสัตว์ใหญ่อย่างช้าง ไม่ด้อยไปกว่าจังหวัดสุรินทร์ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองช้าง โดยเฉพาะที่อำเภอจัตุรัสถือว่าเป็นอำเภอที่มีช้างอยู่มากเช่นกัน
 
 
       สถานที่ท่องเที่ยวที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นตรงกับช่วงต้นของคำขวัญจังหวัดชัยภูมิ คือ “ทิวทัศน์สวย” “รวยป่าใหญ่” “มีช้างหลาย” และ “ดอกไม้งาม” ส่วน “ลือนามวีรบุรุษ” นั้น หมายถึง “พระยาภักดีชุมพล (แล)”หรือที่ชาวชัยภูมิเรียกกันว่าเจ้าพ่อพระยาแล (พญาแล) ผู้ตั้งเมืองชัยภูมิและเจ้าเมืองชัยภูมิคนแรก แม้ท่านจะเป็นชาวเวียงจันท์ แต่ก็มีความจงรักภักดีต่อกษัตริย์แห่งเมืองสยาม ดังเมื่อเจ้าอนุวงศ์แห่งเมืองเวียงจันท์ก่อการกบฏขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 พระยาภักดีชุมพลพร้อมด้วยเจ้าเมืองใกล้เคียงได้ยกทัพออกไปสมทบกับคุณหญิงโมตีกระหนาบทัพเจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์จนแตกพ่ายไป ฝ่ายกองทัพลาวส่วนหนึ่งล่าถอยจากเมืองนครราชสีมาเข้ายึดเมืองชัยภูมิไว้และเกลี้ยกล่อมให้พระยาแลเข้าร่วมเป็นกบฏด้วย แต่พระยาภักดีชุมพลไม่ยอม เจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์เกิดความแค้น จับตัวพระยาภักดีชุมพลมาประหารชีวิตที่บริเวณใต้ต้นมะขามใหญ่ริมหนองปลาเฒ่า ซึ่งต่อมาบริเวณนี้ได้จัดสร้างเป็น "ศาลเจ้าพ่อพระยาแล" ที่ชาวชัยภูมิให้ความเคารพ อีกทั้งบริเวณวงเวียนกลางเมืองชัยภูมิก็ยังมีอนุสาวรีย์ของท่านตั้งอยู่ด้วย รถตู้โคราช
 
 
       เมืองชัยภูมินอกจากจะมีแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจหลายแห่งแล้ว ยังมีโบราณวัตถุชิ้นสำคัญของไทยที่ขุดค้นพบที่นี่ นั่นก็คือพระพุทธรูปใหญ่สมัยทวารวดี เป็นพระพุทธรูปหินทรายแกะสลักองค์ใหญ่รูปทรงงดงาม สร้างขึ้นในสมัยทวารวดี เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านซึ่งเรียกกันว่า “หลวงพ่อใหญ่” นอกจากนั้นก็ยังพบเสมาหินทรายแกะสลักและไม้แกะสลักหลายชิ้นอีกด้วย ผู้ที่ต้องการชมต้องไปยังวัดคอนสวรรค์ ในอำเภอคอนสวรรค์
       
       ส่วนที่ “วัดศิลาอาสน์ ภูพระ” ในอำเภอเมือง เป็นอีกวัดหนึ่งที่ชาวชัยภูมิให้ความเคารพ และยังขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานอีกด้วย จุดสำคัญคือในบริเวณวัดจะมีเพิงผาหินจำหลักเป็นภาพพระพุทธรูปองค์ใหญ่ หน้าตักกว้าง 5 ฟุต ปางสมาธิเพชร พระหัตถ์ขวาวางอยู่ที่พระเพลา พระหัตถ์ซ้ายพาดอยู่บนพระชงฆ์ ชาวบ้านเรียกท่านว่า"พระเจ้าองค์ตื้อ" และบริเวณใกล้เคียงก็ยังมีก้อนหินที่สลักเป็นรูปพระสาวกอีก 7 องค์ด้วยกัน มีผู้สันนิษฐานว่าพระพุทธรูปสลักจากหินเหล่านี้มีอายุอยู่ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 18-19 คนที่ไปไหว้มักจะขอพระเจ้าองค์ตื้อในเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพ โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ และอีกอย่างหนึ่งคือขอบุตรจากท่าน รถตู้โคราช
 
 
       โบราณสถานอีกแห่งหนึ่งที่สำคัญของเมืองชัยภูมิก็คือ “ปรางค์กู่” ปราสาทหินสมัยขอมที่ใช้เป็นอโรคยาศาล หรือสถานพยาบาลที่สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 18 มีปรางค์ประธานอยู่ตรงกลาง 1 องค์ วิหารหรือบรรณาลัยอยู่ด้านหน้า 1 หลัง ล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลง บริเวณประตูหลอกด้านทิศเหนือยังคงมีทับหลังประดับอยู่เป็นภาพพระพุทธรูปประทับนั่งปางสมาธิเหนือหน้ากาลอีกด้วย รถตู้โคราช
 
 
       เดินทางท่องเที่ยวจนทั่วแล้ว ก่อนกลับอย่าลืมเลือกซื้อของฝากเป็นผ้าไหมไชยภูมิ ที่ถือเป็นสุดยอดผ้าไหมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเฉพาะผ้าไหมของอำเภอบ้านเขว้า ซึ่งมีชื่อเสียงเรื่องของการทอผ้าไหมและผ้าฝ้ายคุณภาพดี ลวดลายสวยงาม โดยเฉพาะผ้าไหมมัดหมี่ซึ่งเป็นที่รู้จักแพร่หลายในชื่อ "ผ้าไหมบ้านเขว้า" เป็นที่นิยมสำหรับผู้ใช้ผ้าพื้นเมือง โดยสียอดนิยมของผ้าไหมบ้านเขว้า คือสีน้ำเงิน สีน้ำทะเล และสีเทา และลายผ้าที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักของชาวไทย และชาวต่างประเทศ คือผ้าไหมมัดหมี่ลายขอน้อย เราสามารถมาเรียนรู้เรื่องราวของผ้าไหมบ้านเขว้ากันได้ที่ศูนย์ส่งเสริมผ้าไหมจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งจะมีการสาธิตการทอผ้า รวมทั้งกระบวนการต่างๆ กว่าจะออกมาเป็นผ้าหนึ่งผืน และอย่าลืมเลือกซื้อสินค้าผลิตภัณฑ์จากผ้าฝ้ายและผ้าไหมเพื่อเป็นการสนับสนุนของดีมีคุณภาพของพี่น้องชัยภูมิกันด้วย รถตู้โคราช
 
 
 
 

guest

Post : 14/07/2011 16:12     Forum: บทความน่าสนใจ  >  เที่ยวกรุงเทพ เดินช้อปปิ้งโบ๊เบ๊

โบ๊เบ๊

โบ๊เบ๊

โบ๊เบ๊

โบ๊เบ๊

โบ๊เบ๊

ที่มา โดยกระปุกดอทคอม


ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ k.j และ คุณ laser



         

เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า โบ๊เบ๊ หรือ ตลาดโบ๊เบ๊ คือสถานที่ขายส่งเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่มีราคาถูกแสนถูก แถมยังใหญ่ที่สุดในกรุงเทพมหานครอีก รวมทั้งมีสินค้าให้เลือกซื้อตั้งแต่สากเบือยันเรือรบ วันนี้กระปุกดอทคอมเลยจะชวนเพื่อน ๆ ไปเดินเล่นเพื่อทำความรู้จักกับ โบ๊เบ๊ กันอีกสักนิด เพราะนอกจากแหล่งช้อปปิ้งแล้ว โบ๊เบ๊ ยังมีทั้งของกินอร่อย ๆ ให้ได้ชิมกันอีกเพียบ

          โบ๊เบ๊ หรือ ตลาดโบ๊เบ๊ ตั้งอยู่ย่านคลองผดุงกรุงเกษม ช่วงระหว่างสะพานกษัตริย์ศึกกับตลาดมหานาค เกิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 บริเวณข้างวัดบรมนิวาสราชวรวิหาร ด้านริมทางรถไฟ ซึ่งการค้าผ้าใน ตลาดโบ๊เบ๊ ระยะเริ่มแรกมีลักษณะแบกับดิน



โบ๊เบ๊

โบ๊เบ๊

โบ๊เบ๊

โบ๊เบ๊



โบ๊เบ๊

          ต่อมามีจำนวนพ่อค้าแม่ค้ามากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้

ตลาดโบ๊เบ๊

เริ่มคึกคักและเป็นที่รู้จักมากขึ้น วัดบรมนิวาส (พื้นที่บริเวณโบ๊เบ๊เป็นของวัด) จึงได้มอบหมายให้คนไทยเชื้อสายอิสลาม เข้ามาเป็นผู้ที่เข้ามาดูแลความเรียบร้อย และจัดเก็บผลประโยชน์ให้กับทางวัด ซึ่งกิจการของตลาดโบ๊เบ๊ ก็ดำเนินเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน พร้อมทั้งเปลี่ยนแปลงจากแบกับดินมาเป็นแผงลอย และเปลี่ยนแปลงแผงลอยมาเป็นอาคารพาณิชย์ในที่สุด



โบ๊เบ๊

โบ๊เบ๊

โบ๊เบ๊

โบ๊เบ๊

         

โบ๊เบ๊ ขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปทั้งแบบขายส่งและขายปลีก เสื้อผ้าส่วนใหญ่จะขายกันเป็นลักษณะยกโหล มีมากมายหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น เสื้อ กางเกง รองเท้า ชุดนอน ชุดเด็ก ชุดว่ายน้ำ ชุดชั้นใน ฯลฯ ทั้งนี้ โบ๊เบ๊ ที่เป็นแผงลอยคือ ซอยพานิชโบ๊เบ๊ สะพาน 1, ซอยอาภรณ์โบ๊เบ๊ สะพาน 2, ตลาดโบ๊เบ๊ สะพาน 3, ตลาดโบ๊เบ๊ สะพาน 4, โบ๊เบ๊ สะพาน 5 และ ตลาดโบ๊เบ๊เซ็นเตอร์ จะเปิดขายตั้งแต่เวลา 03.00 - 16.00 น. ส่วนภายในตึก โบ๊เบ๊ ทาวเวอร์ จะเปิดขายทุกวัน เวลา 11.00 – 18.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์เปิดขายถึง 12.00 น.)

รถตู้โคราช



ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาเจ๊เฮียง
 

          ช้อปปิ้งกันมาเหนื่อย ๆ ก็ถึงเวลาหาอะไรอร่อย ๆ รับประทานซะหน่อย ซึ่งถ้ามา

โบ๊เบ๊

ไม่ควรพลาดที่จะไปชิม

ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาเจ๊เฮียง

หรือ

ก๋วยเตี๋ยวราชา

ตั้งอยู่ในตลาดสดโบ๊เบ๊ ที่รสชาติอร่อยจนชาวต่างชาติยังติดใจ เพราะเจ๊เฮียงทำเองหมดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ลูกชิ้นปลา หมูกรอบ ฯลฯ แต่เวลาขายเอาแน่เอานอนไม่ได้นะ ไปสาย ๆ หน่อยจะดีมาก ^^  รถตู้โคราช



         

อีกร้านที่แนะนำคือ ข้าวขาหมูเจ๊มะลิ ตั้งอยู่ในตลาดโบ๊เบ๊ สะพาน 4 เปิดขายมานานกว่า 30 ปี เพราะ ขาหมูเจ๊มะลิ รสชาติจะออกเค็มและจัดจ้าน เนื้อหมูนุ่ม และหอมด้วยกลิ่นเหล้าจีนเล็ก ๆ ส่วนผักดองกินแกล้มก็เป็นผักกาดดองเกลืออย่างดี รวมถึงเต้าหู้นิ่มเคี้ยวง่าย เปิดขายตั้งแต่เวลา 06.00 – 13.30 น. ทุกวัน และ ร้านอั้งหมูแดง หมูกรอบ ตั้งอยู่บริเวณตรงข้าม ตลาดโบ๊เบ๊ สะพาน2 ถนนกรุงเกษม หัวมุมปากทางเข้าโบ๊เบ๊เซนเตอร์ มีข้าวหมูกรอบ ข้าวหมูแดง หมูกรอบหอมน่ากิน อร่อยจนน่าประทับใจ ที่สำคัญไม่แข็งจนเกินไป เคี้ยวง่าย 

รถตู้โคราช



โบ๊เบ๊

guest

Post : 13/07/2011 14:10     Forum: บทความน่าสนใจ  >  6 สูตรสมุนไพรแก้เล็บขบ

 

สาเหตุของเล็บขบ เกิดจาก...

การตัดเล็บไม่ถูกวิธี โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่ชอบทำเล็บที่ร้านเสริมสวย ซึ่งมักจะตัดถึงมุมเล็บ ทำให้เล็บที่งอกออกมาแทงเนื้อได้ รถตู้โคราช


หรือเกิดจากการใส่รองเท้าที่คับและสั้นเกินไป ทำให้แผ่นเล็บมีรูปร่างผิดปกติและงอกไปกดทับเนื้อข้างเล็บได้เช่นกัน  รถตู้โคราช

นอก จากนี้อาจพบได้ในผู้ที่มีลักษณะเล็บผิดปกติ ซึ้งอาจเกิดจากอุบัติเหตุ การติดเชื้อราที่เล็บ หรือการที่มีเนื้อด้านข้างของเล็บมากเกินไป อาการของเล็บขบนั้นแตกต่างกันไป บางรายอาจแค่ปวดรำคาญไปจนถึงปวดรุนแรงที่ขอบเล็บ โดยเฉพาะเมื่อสวมรองเท้าก็จะมีอาการปวดมากขึ้น และถ้าเป็นอยู่หลายวันหรือจนกระทั่งแผ่นเล็บกดทะลุชั้นหนังกำพร้าก็จะมีการ อักเสบติดเชื้อตามมา ทำให้มีลักษณะปวดบวมแดงไปจนถึงมีน้ำเหลืองและกลายเป็นหนองได้รถตู้โคราช

วิธีป้องกันปัญหาเล็บขบทำได้โดยแก้ไขที่สาเหตุ เช่น ตัดเล็บในแนวตรง ไม่ตัดมุมเล็บ และไม่ตัดติดหนัง หลีกเลี่ยงรองเท้าที่คับและสั้นเกินไป ที่สำคัญ ดูแลเล็บให้แห้งและสะอาด ก็จะช่วยลดการสะสมของเชื้อโรคที่อยู่ในซอกเล็บได้


นอกจากนี้เรายังมี 6 สูตรสมุนไพรแก้เล็บขบ วิธีรักษาง่ายๆ ด้วยตัวคุณเองมาฝากกัน

สูตรที่ 1
โขลกใบฝรั่งสด 2 ใบ เกลือ 1/2 ช้อนชา ข้าวสุก 2 ช้อนโต๊ะ ให้เข้ากัน นำมาพอกตรงหนองบริเวณที่เล็บขบจะช่วยบรรเทาอาการปวดได้
สูตรที่ 2
ตำ ไพลมา 1 แง่ง (ยาวประมาณ 2 นิ้ว) เกลือตัวผู้ (เกลือที่เป็นเม็ดยาวๆ ) 7 เม็ด ข้าวสุก 1 กำมือให้ละเอียด พอกบริเวณที่เป็นแผล ภายใน 20 นาทีจะทำให้หนองแตกออกมาและหายปวดได้ค่ะ
สูตรที่ 3
ฝานมะนาว ตรงส่วนหัวออก ขนดพอสอดนิ้วเข้าไปได้ ใช้มีดคว้านเอาเนื้อในออกเล็กน้อย ทาปูนแดงบางๆ บริเวณที่เล็บขบ แล้วสอดนิ้วที่เป็นเล็บขบเข้าไปข้างในมะนาวที่ฝานแล้ว ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที วิธีนี้ทำวันละ 2-3 ครั้ง เช้า-เย็น
สูตรที่ 4
ใช้ใบเทียนดอก 7-10 ใบ (ช่วงมีดอกใช้ดอกก็ได้) ตำให้ละเอียด นำมาพอกบริเวณเล็บขบ เปลี่ยนยาวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น
สูตรที่ 5
ใช้เกลือป่นอัดใส่ตามซอกเล็บเท้าที่เจ็บและถ้าเจ็บมากๆ ให้ใส่เกลือทุกเช้า–เย็น จนกว่าจะหาย
สูตรที่ 6
ใช้ใบพลู 3-5 ใบ ตำผสมกับเกลือ แล้วพอกตรงบริเวณที่เล็บขบ เปลี่ยนยาวันละ 2 ครั้ง ช่วงเช้าและเย็น พอกไว้ 5-7 วันก็หายสนิท

guest

Post : 11/07/2011 16:06     Forum: บทความน่าสนใจ  >  วนอุทยานแพะเมืองผี

รายละเอียด
         แพะเมืองผีอยู่บนเนื้อที่ประมาณ 500 ไร่ เกิดจากสภาพภูมิประเทศซึ่งเป็นดิน และหินทรายถูกกัดเซาะตามธรรมชาติเป็นรูปร่างลักษณะต่างๆประวัติความเป็นมา วนอุทยานแพะเมืองผี เป็นหน่วยงานสังกัดสำนักบริหาร จัดการในพื้นที่อนุรักษ์ 13 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ได้มีการประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยาน เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2524 มีเนื้อที่ 167 ไร่ เป็นสถานที่มีความสวยงามด้าน ธรณีวิทยา หน้าผา เสาดิน และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ..........."แพะเมืองผี " มีตำนานเล่าขานถึงความศักดิ์สิทธิ์ ความลี้ลับจนเป็นความเชื่อของคนในท้องถิ่นที่บรรพบุรุษได้เล่าสืลต่อกันมา ว่า มียายชราคนหนึ่ง เข้าไปในป่าถึงสถานที่แห่งหนึ่งได้พบหลุมเงินหลุมทองยายชราพยายามจะเอาเงิน เอาทองใส่หาบกลับบ้าน แต่เทพยาดาอารักษ์ไม่ให้เอาไปเพียงแต่เอาอวดให้เห็นเท่านั้น พอไปตามชาวบ้านมาดูก้พบแต่รอบเท้า หาบเงิน หาบทอง หายไป ชาวบ้านจึงเรียกสถานที่นี้ว่า "แพะเมืองผี" รถตู้โคราช

การเดินทาง
ตั้ง อยู่ที่ตำบลน้ำชำ ใช้เส้นทางหลวงสายแพร่ - น่าน ทางหลวงหมายเลข 101 ไปประมาณ 12 กิโลเมตร แล้วแยกขวาเข้าไปอีก 6 กิโลเมตร ตั้งอยู่ที่ หมู่ 2 ตำบลน้ำชำ อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ อยู่ห่างจากตัวจังหวัดแพร่ ประมาณ 15 กิโลเมตร
 
รถตู้โคราช
 
 
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติชน

guest

Post : 08/07/2011 14:49     Forum: บทความน่าสนใจ  >  นั่งนานเสี่ยงโรคเส้นเลือดดำส่วนลึกอุดตัน

 

โรคชื่อไม่คุ้นหูทั้งยังจำยาก แต่สาเหตุการเกิดไม่ยากเลย มาทำความรู้จักโรคนี้ แล้วหลีกหนีให้ไกลกันดีกว่า

ความ ไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ แต่ด้วยพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันในปัจจุบันของแต่ละคน การจะทำให้ไม่เป็นโรคนั้นไม่ง่ายเลย วันนี้แนะนำให้รู้จักอีกโรคหนึ่ง ที่อยู่ใกล้ตัวพวกเราเหลือเกิน โรคนั้นก็คือ โรคเส้นเลือดดำส่วนลึกอุดตัน รถตู้โคราช

"โรคเส้นเลือดดำส่วนลึกอุดตัน" ส่วนใหญ่จะเริ่มต้นที่ขา โดยเฉพาะเส้นเลือดในกล้ามเนื้อน่อง โรคนี้จะไม่แสดงอาการเจ็บออกมาอย่างชัดเจน แต่ทำให้ลิ่มเลือดที่เกิดจากการอุดตันในเส้นเลือดดำ มีโอกาสหลุดลอยไปตามกระแสเลือด ไปเกาะอยู่ในเส้นเลือดดำใหญ่ แล้วไหลผ่านไปอุดอวัยวะต่าง เช่น ปอด หัวใจ หรือสมอง ได้ จนอวัยวะส่วนนั้นขาดเลือดจนบางรายถึงขั้นเสียชีวิต

คนที่เสี่ยงที่จะ เป็นโรคนี้ได้แก่พวกที่ชอบนั่ง ๆ นอน ๆ และคนที่ต้องเดินทางไกลบ่อย ๆ เกิน 4 ชั่วโมงขึ้นไป ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงของโรคนี้เป็น 2 เท่า รวมทั้งบรรดาพนักงานออฟฟิศที่ต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ อีกด้วย นอกจากนั้น จากผลการศึกษาพบว่าฝุ่นละอองในอากาศก็เป็นปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่งที่ก่อให้ เกิดโรคเส้นเลือดดำส่วนลึกอุดตัน ยิ่งฝุ่นละอองในอากาศเพิ่มขึ้นเท่าไร ความเสี่ยงต่อโรคนี้ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย คนที่ชอบเดินทางท่องเที่ยวทางไกลแล้วเกิดเสียชีวิตเฉียบพลันโดยไม่ทราบ สาเหตุ ส่วนหนึ่งเกิดจากโรคนี้ รถตู้โคราช

โรคเส้นเลือดดำส่วนลึกอุดตันป้องกันได้ด้วยการ ดื่มน้ำให้มาก ๆ และเคลื่อนไหวร่างกายเมื่อต้องนั่งทำงานเป็นเวลานาน ๆ เช่น ลุกเดินไปมา กระดกข้อเท้าขึ้นลง งอเหยียดข้อเข่าหรือข้อตะโพก ส่วนคนที่เดินทางไกลโดยเครื่องบินบ่อย ๆ การขยับร่างกายเมื่อมีโอกาสเป็นสิ่งจำเป็น และควรทานอาหารที่ช่วยทำให้เลือดลมเดินได้สะดวกขึ้น เช่น น้ำขิง หรือ พริกไทย เป็นต้น. รถตู้โคราช


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

guest

Post : 06/07/2011 15:48     Forum: บทความน่าสนใจ  >  อยากพักผ่อน...เที่ยวน้ำตกที่ไหนดี

 น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

น้ำตกเอราวัณ

น้ำตกเอราวัณ

น้ำตกเอราวัณ

น้ำตกเอราวัณ

ที่มา : โดยกระปุกดอทคอม


ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ททท., คู่หูเดินทาง, อุทยานแห่งชาติภูซาง, pantip.com โดย คุณนิสิต และ คุณ olymvas  



         

ประเทศไทยได้ชื่อว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามมากมาย โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่าง ภูเขา น้ำตก ทะเล แต่วันนี้กระปุกดอทคอมจะพาเพื่อน ๆ ไปสัมผัสกับ "น้ำตก" ที่มีความงามของธรรมชาติอย่างน่ามหัศจรรย์ จนบางแห่งถูกขนานนามว่าเป็น Unseen Thailand ซะด้วย แต่จะมีที่ไหนบ้างนั้น อยากรู้ตามเราไปเที่ยวกันดีกว่า...

น้ำตกภูซาง

น้ำตกอุ่นภูซาง

 น้ำตกอุ่นภูซาง จังหวัดพะเยา

          น้ำตกภูซาง หรือที่หลายคนเรียกว่า น้ำตกอุ่น ตั้งอยู่ภายใน อุทยานแห่งชาติภูซาง จังหวัดพะเยา โดยความแปลกของ น้ำตกภูซาง อยู่ตรงที่เป็นน้ำตกที่มีน้ำอุ่นเพียงแห่งเดียวที่พบในประเทศไทย เพราะน้ำตกมีอุณหภูมิสูงถึง 35 – 36 องศาเซลเซียส ทั้งนี้ น้ำตกภูซาง ตั้งอยู่บนเทือกเขา ดอยผาหม่น เกิดจากสายน้ำอุ่นที่ไหลมาจากผาหินปูน มีความสูงประมาณ 25 เมตร มีน้ำไหลตลอดปี และน้ำใสปราศจากกลิ่นกำมะถัน สามารถลงเล่นน้ำได้ อีกทั้งบริเวณใต้ น้ำตกภูซาง ยังเป็นแอ่งน้ำสีเขียวมรกตใสราวกับกระจก จึงเหมาะสำหรับการลงแช่น้ำให้อบอุ่นสบายตัว



น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

 น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

 น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น จังหวัดกาญจนบุรี

          น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ตั้งอยู่บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีพื้นป่าและสายน้ำที่อุดมสมบูรณ์ เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงในเรื่องของความสวยงามของจังหวัดกาญจนบุรี ลักษณะน้ำตกเป็นน้ำตกหินปูนขนาดใหญ่ มีเอกลักษณ์ตรงที่สายน้ำที่ไหลผ่านลำห้วยแม่ขมิ้น แล้วลดหลั่นไปตามเชิงชั้นหินปูน ต้นน้ำของน้ำตกไหลมาจากเทือกเขากะลา ซึ่งเป็นป่าดิบเขาแล้งทางทิศตะวันออกของอุทยานฯ และไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ มีน้ำตลอดทั้งปี



          โดย น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น แบ่งออกเป็น 7 ชั้น แต่ละชั้นก็มีชื่อเรียกแตกต่างกันไ ปตามความสวยงามของประติมากรรมทางธรรมชาติ ได้แก่ ชั้น 1 ดงว่าน, ชั้น 2 ม่านขมิ้น, ชั้น 3 วังหน้าผา, ชั้น 4 ฉัตรแก้ว, ชั้น 5 ไหลจนหลง, ชั้น 6 ดงผีเสื้อ และชั้นสุดท้ายชั้น 7 ร่มเกล้า แต่ชั้นที่เป็นไฮไลท์หรือสวยที่สุดของที่นี่คือ “ชั้น 4 ฉัตรแก้ว” ซึ่งมีความงดงามมาก การไหลของสายน้ำเหมือนกับฉัตรที่ซ้อนกันอยู่หลาย ๆ ชั้น และที่สำคัญบริเวณชั้นนี้ เป็นชั้นสุดท้ายที่รถยนต์สามารถขึ้นมาถึงได้ ทั้งนี้ ก่อนทางขึ้นไปยังน้ำตกชั้นที่ 1 จะมี “โป่งผีเสื้อ” ที่สร้างขึ้นมาเพื่อเพิ่มแร่ธาตุให้กับแมลงต่าง ๆ ในช่วงหน้าฝนซึ่งจะมีผีเสื้อมากมายหลายสายพันธุ์ ต่างพากันมากินนับเป็นร้อย ๆ ตัวกันเลยทีเดียว



น้ำตกลงรู

น้ำตกลงรู

 น้ำตกลงรู จังหวัดอุบลราชธานี

          น้ำตกลงรู หรือ น้ำตกแสงจันทร์ ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติผาแต้ม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี เป็นน้ำตกขนาดเล็กที่มีความสวยงาม และมีลักษณะพิเศษ เกิดจากลำห้วยเล็ก ๆ บนลานหินไหลลอดผ่านหน้าผาหินที่มีลักษณะเป็นรูลงสู่เพิงผาด้านล่าง หากเดินทางมาชมตอนช่วงเที่ยงวัน ซึ่งแสงอาทิตย์ลอดผ่านรูพอดีจะมองเห็นสายน้ำตกเหมือนแสงจันทร์



น้ำตกพลิ้ว

น้ำตกพลิ้ว

น้ำตกพลิ้ว

น้ำตกพลิ้ว

 น้ำตกพลิ้ว จังหวัดจันทบุรี

          น้ำตกพลิ้ว เป็นน้ำตกที่มีชื่อของจังหวัดจันทบุรี ห่างจากตัวเมืองประมาณ 14 กิโลเมตร มาตามทางหลวงหมายเลข 3 แล้วแยกซ้ายที่บ้านพลิ้ว ตรงมาอีก 2 กิโลเมตรก็จะถึง อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว เน้ำตกขนาดใหญ่และมีความสวยงามมาก มีน้ำตลอดทั้งปี ลักษณะน้ำตกเป็นสายธาร 2 สาย สายหนึ่งไหลลดหลั่นผ่านซอกหินผา อีกสายหนึ่งมีขนาดเล็กกว่า และทิ้งตัวลงมาจากผาสูงราว 20 เมตร ทั้งสองสายไหลมารวมกันในแอ่งน้ำใสสะอาด มองเห็นพื้นด้านล่างที่เป็นโขดหินและทรายได้ ภายในบริเวณน้ำตกจะมีปลาพลวงหินอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งถือว่าเป็นไฮไลท์ของน้ำตกนี้ สามารถลงเล่นน้ำและให้อาหารปลา (ถั่วฝักยาว) ได้



 น้ำตกคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร

          น้ำตกคลองลาน อุทยานแห่งชาติคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 200 เมตร เกิดจากเทือกเขาคลองลาน (มียอดสูง 1,439 เมตร จากระดับน้ำทะเล) เขาคลองขลุง และเขาคลองสวนหมาก เหนือหน้าผาเป็นที่ราบกว้าง ในหน้าฝนสายน้ำจะไหลจากลำห้วยต่าง ๆ ประมาณ 5 สาย ลงสู่แอ่งน้ำกลางหุบเขา เกิดเป็นวังน้ำลึก และลำน้ำยาวประมาณ 3 กิโลเมตร แล้วไหลผ่านหน้าผาลงมาเป็น น้ำตกคลองลาน สูง 100 เมตร กว้างประมาณ 40 เมตร ด้านล่างของน้ำตกเป็นแหล่งน้ำที่ลงเล่นน้ำได้ อยู่ห่างจากตลาดคลองลาน 4 กิโลเมตร



น้ำตกเก้าโจน

น้ำตกเก้าโจน

น้ำตกเก้าโจน

น้ำตกเก้าโจน

 น้ำตกเก้าโจน จังหวัดราชบุรี

          น้ำตกเก้าชั้น หรือ น้ำตกเก้าโจน ตั้งอยู่บนพื้นที่ราบสูงบริเวณเทือกเขาตะนาวศรี  ซึ่งมีลักษณะป่าที่อุดมสมบูรณ์ และมีฝนตกชุกอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้มีน้ำซึมซับตลอดเวลา ก่อให้เกิดจากธารน้ำธรรมชาติ ไหลผ่านจากตอนกลางของภูเขา มายังบริเวณด้านล่าง นับรวมได้ 14 ชั้น ระยะทาง 2.5 กิโลเมตร แต่สามารถเที่ยวได้เพียง 9 ชั้นเท่านั้น ในฤดูฝนจะมีน้ำมาก หินบริเวณน้ำตกชั้นต่าง ๆ เป็นหินแกรนิต ป่าส่วนใหญ่ก็เป็นป่าเบญพรรณ เช่น ยาง เต็ง แดง ประดู่ ชิงชัน รัง มะค่าโมง ฯลฯ มีจุดกางเต้นท์ให้บริการนักท่องเที่ยวอยู่ด้านบน



 น้ำตกร้อนคลองท่อม จังหวัดกระบี่

          น้ำตกร้อนคลองท่อม หรือ น้ำตกร้อนสะพานยูง ตั้งอยู่บริเวณบ้านบางคราม-บ้านบางเตียว อำเภอคลองท่อม อยู่ห่างจากอำเภอเมืองกระบี่ตามถนนเพชรเกษม (กระบี่-ตรัง) ประมาณ 45 กิโลเมตร แยกซ้ายที่เส้นทางหลวง4038 จากนั้นแยกเข้าถนนสุขาภิบาล  2  ตรงเทศบาลอำเภอคลองท่อมไปอีก 12 กิโลเมตร เป็นน้ำพุร้อนแห่งหนึ่งในบรรดาน้ำพุร้อนอีกหลายแห่ง ที่กระจัดกระจายอยู่ในบริเวณนี้ น้ำจะไม่ร้อนมาก มีอุณหภูมิประมาณ 40-50 องศาเซลเซียส



          น้ำตกร้อนคลองท่อม เป็นน้ำร้อนที่ซึมขึ้นมาจากผิวดินซึ่งมีป่าละเมาะปกคลุมร่มรื่น สายน้ำไหลไปรวมกันตามความลาดเอียงของพื้นที่ บางช่วงมีควันกรุ่นและคราบหินปูนธรรมชาติพอกอยู่เป็นชั้นหนา ทำให้เกิดทัศนียภาพสวยงามแปลกตา โดยเฉพาะบริเวณที่ธารน้ำร้อนไหลลงสู่คลองท่อม ลดระดับเกิดเป็นลักษณะคล้ายชั้นน้ำตกเล็ก ๆ ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 90 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลคลองท่อมเหนือ โทรศัพท์ 0 7562 2713



น้ำตกเอราวัณ

น้ำตกเอราวัณ

น้ำตกเอราวัณ

น้ำตกเอราวัณ

 น้ำตกเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี

          น้ำตกเอราวัณ เป็นอีกน้ำตกหนึ่งที่ขึ้นชื่อของจังหวัดกาญจนบุรี เป็นน้ำตกที่สวยงามบนฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ มีระยะทางยาวประมาณ 1,500 เมตรติดต่อกัน เดิมมีชื่อว่า "น้ำตกสะด่องม่องลาย" ตามชื่อลำห้วยม่องลายซึ่งเป็นต้นน้ำของน้ำตก แต่ด้วยลักษณะน้ำตกชั้นที่ 7 ของที่นี่มีลักษณะคล้ายหัวช้างเอราวัณ 3 เศียร จึงกลายเป็นที่มาของชื่อ น้ำตกเอราวัณ ซึ่งเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปเป็นอย่างดี น้ำใสสะท้อนแสงเป็นสีฟ้าอมเขียวมรกตคล้ายสระว่ายน้ำ  รถตู้โคราช



          ในแต่ละชั้นของน้ำตกจะมี ปลาพลวง (ปลาน้ำจืดในตระกูลปลาตะเพียน ลำตัวสีน้ำตาลเขียวเกล็ดโต มีหนวดยาว 2 คู่ ชอบอาศัยบริเวณธารน้ำตก ลำห้วย หรือลำธารที่ใสสะอาด) แหวกว่ายอยู่ แต่ในชั้นที่มีมากก็เห็นจะเป็นชั้นที่ 2 คือ วังมัจฉา โดยแต่ละชั้นของ น้ำตกเอราวัณ จะมีลักษณะเป็นอ่างสามารถเล่นน้ำได้ และยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเอราวัณ มีระยะทางประมาณ 1,060 เมตร ใช้เวลาประมาณ 30 นาที เดินผ่านป่าดิบเขา จุดชมวิวและป่าผลัดใบที่สวยงาม ท่านจะได้รับความรู้และความเพลิดเพลิน ในการชื่นชมธรรมชาติที่สวยงามเป็นอย่างยิ่ง รถตู้โคราช



น้ำตกทีลอซู

น้ำตกทีลอซู

 น้ำตกทีลอซู จังหวัดตาก

          น้ำตกทีลอซู เป้นน้ำตกที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีความเร้นลับมหัศจรรย์ของรุ้งกินน้ำ ซ่อนไว้เห็นได้ทุกเช้าช่วงฤดูน้ำมาก โดย น้ำตกทีลอซู แห่งนี้อยู่ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง มีหลายชั้นตกลดหลั่นลงมาจากหน้าผาสูงผ่านโขดเขาหินปูน และดงไม้เขียวขจี พลังมหัศจรรย์ของสายน้ำตกแห่งนี้ หากใครปีนขึ้นไปเที่ยวชมบริเวณน้ำตกชั้นบนสุด ในเวลาช่วงเช้าก็จะพบว่า มีพลังแห่งแสงที่สาดส่องผ่านละอองน้ำที่ฟุ้งกระจาย กลายเป็นสายน้ำตกงดงาม ด้วยรุ้งกินน้ำตัวโตที่พาดผ่านอย่างน่าอัศจรรย์ รถตู้โคราช



น้ำตกสาริกา
 
 น้ำตกสาริกา

น้ำตกสาริกา

น้ำตกสาริกา
 
น้ำตกสาริกา

น้ำตกสาริกา

 

น้ำตกสาริกา

จังหวัดนครนายก

          น้ำตกสาริกา เป็นน้ำตกในเขต อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ตั้งอยู่ที่ตำบลสาริกา อำเภอเมืองนครนายก ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตามทางหลวงหมายเลข 3049 เป็นระยะทาง 12 กิโลเมตร แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวง 3050 อีก 3 กิโลเมตร ทางลาดยางตลอดสาย โดย น้ำตกสาริกา เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ สายน้ำไหลตกจากหน้าผาเป็นทอด ๆ ถึง 9 ชั้น ผาที่สูงที่สุดประมาณ 200 เมตร ในแต่ละชั้นขจะมีชั้นหินธรรมชาติรองรับน้ำ และกลายเป็นแอ่งน้ำขนาดเล็ก ๆ อยู่ทั่วบริเวณชั้นของน้ำตก บางแห่งมีขนาดกว้างและน้ำไม่ลึกมาก ทำให้สายน้ำไหลตกลงมาอย่างสวยงาม ประกอบกับความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า เขียวชอุ่ม ทำให้สามารถเดินชื่นชมความงามของทัศนีภาพที่หาได้ยากยิ่ง


 


 น้ำตกเหวนรก จังหวัดนครนายก

          น้ำตกเหวนรก เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดภายในเขต อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ รวมถึงมีขนาดใหญ่ที่สุดในภาคกลาง อีกทั้งยังเป็นแหล่งต้นน้ำของลำธารหลายสายที่ไหลมารวมกัน ก่อนจะไหลลงหน้าผาที่ตั้งฉากกับพื้นดิน 90 องศา รวมความสูงไม่ต่ำกว่า 150 เมตร ในฤดูฝนสายน้ำที่ไหลทะลักไปสู่หุบเหวเบื้องล่างจะแรงมากจนน่ากลัว



          น้ำตกเหวนรก แบ่งออกเป็น 3 ชั้นใหญ่ ๆ ชั้นแรกมีความสูงราว 60 เมตร และไหลลงไปสู่ผาน้ำตกชั้นที่ 2 และ 3 ที่มีความสูงรวมกันกว่า 100 เมตร และจากความสูงขนาดนี้ สายน้ำที่ตกกระทบเบื้องล่างจึงมีเสียงดังกึกก้อง แถมมีละอองน้ำฟุ้งกระจายอยู่ทั่วไปในอากาศ ซึ่ง น้ำตกเหวนรก อยู่ห่างจากที่ทำการฯลงมาทางทิศใต้ ทางที่จะลงไปปราจีนบุรี โดยต้องเดินเท้าแยกจากทางสายหลักไปประมาณ 1 กิโลเมตร ถึงจุดชมวิวที่มีมุมมองเห็นน้ำตกได้สวยงาม รถตู้โคราช


 


 น้ำตกเหวสุวัต จังหวัดนครราชสีมา

          น้ำตกเหวสุวัต ตั้งอยู่ภายในเขต อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมากเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป โดยอยู่สุดถนนธนะรัชต์ รถเข้าถึง จากลานจอดรถเดินลงไปเพียง 100 เมตร หรือจะเดินเท้าต่อจาก น้ำตกผากล้วยไม้ ไปประมาณ 3 กิโลเมตร จะได้เห็นสายน้ำตกลงมาจากหน้าผาสูงราว 20 เมตร มีจุดชมน้ำตกในระยะไกล ที่สามารถมองผ่านแมกไม้เห็นภาพของน้ำตกทั้งหมดในมุมสูงได้สวยงาม หรือหากต้องการสัมผัสกับสายน้ำตกและแอ่งน้ำด้านล่าง ก็มีทางเดินลัดเลาะลงไปได้ แต่ในช่วงฤดูฝนน้ำจะมาก ไหลแรง และเย็นจัดควรระมัดระวังอันตราย รถตู้โคราช


 


น้ำตกผาน้ำผ่า

น้ำตกผาน้ำผ่า

 น้ำตกผาน้ำผ่า จังหวัดเลย

          น้ำตกผาน้ำผ่า ตั้งอยู่ในบริเวณด้านทิศเหนือในเขตป่าปิด ซึ่งเป็นป่าธรรมชาติที่ยังบริสุทธิ์ ที่มีความสูง ความสวยงาม และสง่างามมากที่สุดในเขต อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ซึ่งทางอุทยานฯ เพิ่งค้นพบ น้ำตกผาน้ำผ่า โดยเกิดจากลำธารน้ำผ่า มีความยาวประมาณ 3.1 กิโลเมตร ลักษณะน้ำตกไหลเป็นสายพลิ้ว ๆ คล้ายสายฝนตกลงมาจากหน้าผา ความสูงประมาณ 80 เมตร เป็นสายเดียวดิ่งลงถึงพื้นล่าง ขณะที่ความชันตั้งฉากจากด้านบนสู่ด้านล่าง 90 องศา หากอากาศดีท้องฟ้าแจ่มใส เมื่อมีแสงอาทิตย์กระทบน้ำตกจะเกิดประกายรุ้ง แลดูสวยงามจนได้ชื่อว่าเป็นราชาแห่งป่าดิบชื้น

guest

Post : 04/07/2011 10:34     Forum: บทความน่าสนใจ  >  ต้องมนต์ถิ่นอีสาน เปิดตำนานเมืองอุบล

 
         การเดินทางท่องเที่ยวในแต่ละครั้งถึงจะเป็นการท่องเที่ยวสถานที่เดิมๆที่เคยสัมผัสมาแล้ว แต่ถ้าเราเปลี่ยนรูปแบบการท่องเที่ยวให้ใหม่ขึ้นก็จะได้อีกหนึ่งมุมมองที่ต่างออกไปจากเดิม อย่างการมาเยือนอุบลราชธานีครั้งนี้ผมได้เลือกการ นั่งรถสามล้อชมเมือง มาเติมสีสันให้การท่องเที่ยวมีเสน่ห์มากขึ้น

ถ้าพูดถึงจังหวัดอุบลราชธานีหลายคนคงคิดถึงแต่สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตอย่างสามพันโบก แต่วันนี้ผมจะพาไปลัดเลาะรอบเมืองโดยนั่งสามล้อปั่นสุดคลาสสิกโดยจุดมุ่งหมายแรกคือ วัดศรีอุบลรัตนาราม เป็นวัดธรรมยุติกนิกาย ตั้งอยู่ด้านทิศใต้ของศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี วัดนี้มีพระอุโบสถที่สร้างตามแบบพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตร กรุงเทพมหานคร เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง คือ พระแก้วบุษราคัม ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของชาวอุบลราชธานีมายาวนาน

หลังจากเสร็จจากการกราบไหว้พระแก้วบุษราคัม เพื่อเป็นการเสริมศิริมงคลในการมาเยือนอุบลราชธานีครั้งนี้แล้ว ขบวนรถสามล้อปั่นเคลื่อนตัวไปต่อยังสถานที่ถัดไป ซึ่งตลอดเส้นทางที่รถสามล้อปั่นผ่านจะเห็นได้ถึงวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของคนเมืองนี้ ถึงจะเริ่มมีความเจริญเข้ามาจนเกือบจะเหมือนกรุงเทพฯแต่ก็ยังมีบางส่วนที่ไม่ทิ้งมนต์เสน่ห์ดั้งเดิมไป นั่งใจลอยชมความงามได้สักพักรถก็มาจอดที่จุดหมายที่สอง วัดสุปัฏนารามวรวิหาร รถตู้โคราช

วัดสุปัฏนารามวรวิหาร นับเป็นวัดแสนเงียบสงบที่แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ โดดเด่นด้วยตัวพระอุโบสถสีขาวสะอาดตา ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำมูล ซึ่งไหลผ่านทางทิศใต้ของตัวเมืองอุบลราชธานี เป็นได้ทั้งจุดพักผ่อนหย่อนใจเพื่อชมความงามของธรรมชาติ และพักจิตใจให้สงบเพื่อสักการบูชาสิ่งศักสิทธิ์พร้อมตั้งสมาธิได้เป็นอย่างดี ซึ่งจากการมาเยือนในครั้งนี้เห็นได้ชัดว่าหลายครอบครัวทั้งนักท่องเที่ยว และคนพื้นถิ่นเลือกที่จะเดินทางมาที่นี่เพื่อพักผ่อนในวันหยุด รถตู้โคราช

โดยมัคคุเมเทศก์ท้องถิ่นเล่าให้ฟังว่าจุดประสงค์แรกที่มีการสร้างพระอุโบสถขนาดใหญ่ของวัดนี้คือ ต้องการให้เป็นที่ประดิษฐานของพระสัพพัญญูเจ้า ซึ่งเป็นพระประธาน ในพระอุโบสถวัดสุปัฏนาราม และใช้ประโยชน์ในการประกอบพุทธศาสนพิธี ไม่ว่าจะเป็นพิธีกรรมของสงฆ์โดยตรง หรือพิธีกรรมที่มีพุทธศาสนิกชนร่วมด้วยก็ตาม ซึ่งในวันสำคัญทางศาสนาที่นี่จะเต็มไปด้วยผู้มีจิตศรัทธาจากทั่วสารทิศ

รถสามล้อปั่นท้าลมเย็นกันมาต่อที่จุดหมายสุดท้ายของเรา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี ตั้งอยู่ที่ถนนเขื่อนธานีตัดกับถนนอุปราช อ.เมือง เดิมเป็นศาลากลางจังหวัด รูปทรงอาคารโดดเด่นสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น ตั้งแต่สีอาคารซึ่งเป็นสีเหลืองสดใส ตัวอาคารเป็นตึกชั้นเดียวยกพื้นสูง ก่ออิฐฉาบปูน หลังคาทรงปั้นหยา แผนผังอาคารเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าหันหน้าไปทางทิศเหนือ ภายในอาคารประกอบด้วยห้องโถงใหญ่อยู่ตรงกลาง มีระเบียงทางเดินและห้องขนาดเล็กอยู่โดยรอบ รถตู้โคราช
 
แบ่งโซนการจัดแสดงภายในอาคารออกไว้อย่างชัดเจนและเรียบง่ายที่จะเข้าชม อีกทั้งยังมีเข้าหน้าที่คอยดูแลและให้ความรู้ตลอดการเข้าชมไม่ว่าจะมากลุ่มเล็กหรือกลุ่มใหญ่ มีการจัดแสดงทั้งหมด 10 ห้องคือ ห้องจัดแสดงที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของจังหวัดอุบลราชธานี ห้องจัดแสดงที่ 2 ภูมิศาสตร์ ธรณีวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ห้องจัดแสดงที่ 3 สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ห้องจัดแสดงที่ 4 สมัยประวัติศาสตร์เริ่มแรก วัฒนธรรมทวารวดี และวัฒนธรรมเจนละ (ขอมหรือเขมรสมัยก่อนเมืองพระนคร) ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 12 – 15

เพียงแค่ 4 ห้องในโซนแรกผู้ร่วมเดินทางทุกคนต่างตื่นตาตื่นใจกับความรู้ใหม่ที่ได้รับจากสถานที่แห่งนี้ ถึงจะดูเป็นพิพิธภัณฑ์รูปแบบเดิมๆไม่ต่างจากที่อื่นมากนัก แต่เรื่องราวประวัติศาสตร์ที่อัดแน่นอยู่ในทุกจุดเป็นความรู้ที่ไม่สามารถหาได้จากในตำราแน่นอน ยิ่งเข้ามาลึกในอีก 6 ห้องที่เหลือความรู้ด้านประวัติศาสตร์ก็จะถูกนำเสนอผ่านรูปแบบต่างๆเพิ่มความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ

เริ่มจาก ห้องจัดแสดงที่ 5 วัฒนธรรมขอมหรือเขมรสมัยเมืองพระนคร ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 15 – 18 ที่นำโบราณวัตถุต่างๆมาเป็นตัวนำเสนอ และมาต่อกันที่ ห้องจัดแสดงที่ 6 วัฒนธรรมไทย-ลาว ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 23 – 25 ซึ่งอยู่ติดกับ ห้องจัดแสดงที่ 7 ผ้าโบราณและผ้าพื้นเมืองอุบลราชธานี โดย 2 ห้องนี้จะทำให้ทุกคนได้เห็นถึงวัฒนธรรมของไทยและลาวที่มีทั้งจุดเหมือนและต่างที่สามารถเชื่อมโยงถึงกันได้อย่างไม่น่าเชื่อ รถตู้โคราช

เดินชมเรื่องราวต่างๆมาเรื่อยจนถึงโซนสุดท้ายที่เน้นเรื่องราวพื้นบ้านในยุคที่ค่อยๆพัฒนาขึ้นทั้ง ห้องจัดแสดงที่ 8 ดนตรีพื้นเมือง ห้องจัดแสดงที่ 9 ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน และเครื่องใช้ในครัวเรือน และ ห้องจัดแสดงที่ 10 การปกครอง และงานประณีตศิลป์เนื่องในพุทธศาสนา ซึ่งถึงจะใช้ระยะเวลานานพอสมควรกว่าจะชมและฟังบรรยายจนครบทุกห้องจัดแสดง แต่ผู้ร่วมเดินทางทุกคนกับไม่มีทีท่าของความเบื่อหน่าย กลับกลายเป็นสีหน้าเปื้อนรอยยิ้มและความสนุกสนานมากกว่า

การเดินทางท่องเที่ยวทุกครั้งจะมีความประทับใจแตกต่างกันไป ถึงแม้จะเป็นสถานที่ที่เคยไปบ่อยครั้ง แต่ถ้ารู้จักเปิดมุมมองใหม่ในการท่องเที่ยวทุกครั้ง เราก็จะสามารถเที่ยวทีไหนก็ได้โดยไม่น่าเบื่อและรู้สึกดีตลอดเวลา
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

 

처음 이전 1 | 2 | 3 | 4 | 5 다음 끝

 

รถตู้โดยสารโคราช  รับส่งพัสดุโดยรถตู้ ทางเลือกสำหรับผูู้ใช้บริการรถตู้  เส้นทางสายมิตรภาพเดินทางสู่ประตูอีสาน